รอสักครู่...

  • น.
พื้นที่โฆษณา

ข่าวสุขภาพ

ข่าวสุขภาพ - เจดีอาร์เอฟประกาศเผยแพร่ดัชนีโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ระดับโลก


ชอบข่าวนี้?
พื้นที่โฆษณา

ดัชนีดังกล่าวนี้ซึ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก จะยกระดับความตระหนักรู้เกี่ยวกับภาระและความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองของผู้ที่ต้องใช้ชีวิตกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ทั่วโลก

เจดีอาร์เอฟ (JDRF) องค์กรชั้นนำระดับโลกผู้วิจัยและสนับสนุนประเด็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 (T1D) ได้ประกาศการเผยแพร่ดัชนีโรคเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes Index หรือ T1D Index) เครื่องมือการจำลองข้อมูลซึ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรกสำหรับการวัดผลกระทบด้านมนุษย์และด้านสาธารณสุขจากวิกฤตโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในทุกประเทศทั่วโลก จนถึงปัจจุบันยังมีช่องว่างอย่างมากในแง่ของข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติการณ์และผลกระทบของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในแง่นี้การใช้ประโยชน์จากข้อมูลและข้อมูลเชิงลึกจากดัชนีโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นี้ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้ที่ต้องใช้ชีวิตกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ ด้วยการระบุการแทรกแซงที่ปฏิบัติได้จริงรายประเทศ ประกอบด้วย การวินิจฉัยอย่างทันท่วงที การดูแลรักษาที่เข้าถึงได้ และการให้ทุนวิจัยที่นำไปสู่วิธีการรักษาให้หายขาดได้ เป็นต้น

ดัชนีโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และงานวิจัยที่ดำเนินการควบคู่กัน ได้ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ชั้นนำด้านโรคเบาหวานและวิทยาต่อมไร้ท่ออย่างเดอะ แลนซิต โรคเบาหวาน และวิทยาต่อมไร้ท่อ (The Lancet Diabetes&Endocrinology)

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเองและภาวะเรื้อรั้งทางสุขภาพที่เติบโตเร็วเป็นอันดับต้น ๆ โดยส่งผลกระทบต่อผู้คนเกือบ 9 ล้านคนทั่วโลก ปัจจัยบางประการอย่างเช่นประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัวนั้นเพิ่มความเสี่ยงได้ แต่ไม่ได้เกิดจากการบริโภคอาหารหรือวิถีชีวิต โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ส่งผลให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินน้อยมากหรือไม่ผลิตเลย ทำให้ร่างกายมนุษย์แปรสภาพอาหารให้เป็นพลังงานไม่ได้ นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว รวมถึงความเสียหายต่อไต ดวงตา เส้นประสาท หัวใจ ตลอดจนถึงขั้นการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ให้หายขาด

"ในฐานะสมาชิกของชุมชนโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ผมทราบว่ามีคนจำนวนมากที่ไม่ได้โชคดีอย่างผม ที่มีทรัพยากรที่จำเป็นในการใช้ชีวิตอย่างแข็งแรงและสมบูรณ์" ดร.แอรอน โควาลสกี (Aaron Kowalski) ซีอีโอของเจดีอาร์เอฟ กล่าว "ผมจึงภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ขณะนี้มีความก้าวหน้าอย่างมากในการทำความเข้าใจผลกระทบระดับโลกของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ด้วยดัชนีโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นี้ เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลและผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านสาธารณสุขทั่วโลกใช้ประโยชน์จากเครื่องมือนี้ในการระบุวิธีและดำเนินการแทรกแซงที่เปลี่ยนแนวโน้มในปัจจุบันของโรคเบาหวานชนิดที่1 ได้"

เจดีอาร์เอฟทำงานร่วมกับพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญรายสำคัญในทั่วโลกในการพัฒนาดัชนีโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โดยใช้ผลจากการสำรวจระดับโลกที่ครอบคลุมแพทย์ด้านวิทยาต่อมไร้ท่อกว่า 500 คน และงานตีพิมพ์กว่า 400 ชิ้น เพื่อจำลองสถานะของโรคเบาหวานชนิดที่1 ในระดับโลกและระดับประเทศ

ดัชนีนี้สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระด้านมนุษย์ที่เกิดจากโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้อย่างเฉพาะตัว ด้วยการเน้นย้ำความสำคัญของ "ผู้ที่จากหายไป" (missing people) ซึ่งคือจำนวนผู้ที่ในวันนี้จะยังมีชีวิตอยู่หากไม่ได้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และ "ปีของสุขภาพดีที่สูญเสียไป" (healthy years lost) ซึ่งหมายถึงเวลาที่สูญเสียไปให้กับสุขภาพที่ย่ำแย่ ความพิการ หรือการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากการต้องใช้ชีวิตกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1

การจำลองจากดัชนีโรคเบาหวานชนิดที่ 1 บ่งชี้ว่าในระดับโลก ณ ปี 2565 มี "ผู้ที่จากหายไป" กว่า 3.86 ล้านคน และมี "ปีของสุขภาพดีที่สูญเสียไป" ให้กับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เฉลี่ย 32 ปีต่อคนหนึ่งคน หากได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ตั้งแต่อายุ 10 ปี

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ก่อภาระด้านมนุษย์ ภาระทางอารมณ์ และภาระทางการเงินอย่างหนักหน่วงสำหรับผู้ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับโรค ยิ่งไปกว่านั้นความชุกของโรคยังกำลังเพิ่มสูงขึ้น การจำลองข้อมูลจากดัชนีโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้นำไปสู่การระบุวิธีแทรกแซงสำคัญ 4 ประการที่เปลี่ยนแนวโน้มในปัจจุบันของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และผลกระทบของโรคดังกล่าวนี้ต่อผู้คนทั่วโลกได้ ดังต่อไปนี้

  • การวินิจฉัยอย่างทันท่วงที:ให้ความรู้และการฝึกอบรมที่ดียิ่งขึ้นสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ในการวินิจฉัยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 อย่างถูกต้อง และหากประชากรโลกเข้าถึงการวินิจฉัยอย่างทันท่วงทีได้ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป จะมีคนจำนวนเพิ่มขึ้น 668,000 คนที่มีชีวิตอยู่ได้ในปี 2583
  • อินซูลินและแถบตรวจน้ำตาล:สร้างการเข้าถึงอย่างไร้อุปสรรคสำหรับอินซูลินและแถบตรวจน้ำตาลกลูโคสในเลือด หากประชากรทั่วโลกเข้าถึงอินซูลินและแผ่นตรวจน้ำตาลได้ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป ประกอบกับได้รับการฝึกสอนให้บริหารจัดการกับภาวะการเป็นโรคด้วยตนเองได้ จะมีคนจำนวนเพิ่มขึ้น 1.98 ล้านคนที่มีชีวิตอยู่ได้ในปี 2583
  • อินซูลินปั๊มและเครื่องตรวจน้ำตาลต่อเนื่อง (CGM):ทำให้ผู้ที่ต้องใช้ชีวิตกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เข้าถึงเทคโนโลยีที่ทำให้การเฝ้าระวังระดับน้ำตาลกลูโคสและการให้อินซูลินเป็นไปอย่างอัตโนมัติ จะมีคนจำนวนเพิ่มขึ้น 673,000 คนที่มีชีวิตอยู่ได้ในปี 2583 ถ้าทุกคนที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เข้าถึงเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ได้ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป
  • การป้องกันและรักษาให้หายขาด:ผลักดันการลงทุนและการวิจัยเพิ่มเติมในการพัฒนาการป้องกัน การรักษาตามอาการ และการรักษาให้หายขาด จะมีคนจำนวนเพิ่มขึ้น 890,000 คนที่มีชีวิตอยู่ได้ในปี 2583 ถ้าเราค้นพบวิธีการรักษาให้หายขาด

เมื่อพบวิธีแทรกแซงในระดับโลกและระดับประเทศแล้ว ดัชนีโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ผลักดันให้ผู้ใช้ดำเนินการ ด้วยการเผยแพร่ข้อมูลและข้อค้นพบกับเครือข่ายของพวกเขาและผู้มีอำนาจตัดสินใจในท้องถิ่น ประกอบกับการเชื่อมต่อกับผู้สนับสนุนประเด็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในชุมชนของพวกเขา

นอกจากนี้ ดัชนีโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้เน้นย้ำสถิติที่สำคัญเกี่ยวกับภาระที่เกิดจากโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในระดับโลก อย่างเช่น

  • ตั้งแต่ปี 2543 ความชุกของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เพิ่มขึ้นสี่เท่าตัวของอัตราการเติบโตของประชากรโลก
  • จำนวนคนที่ต้องมีชีวิตอยู่กับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในปี 2583 คาดว่าจะอยู่ที่ 17.43 ล้านคน
  • จำนวน "ผู้ที่จากหายไป" ในปี 2583 คาดว่าจะอยู่ที่ 6.85 ล้านคน

การจำลองข้อมูลของดัชนีโรคเบาหวานชนิดที่ 1 คือการประมาณการที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในขณะนี้ โดยเวอร์ชัน 1.0 มีค่าการทดสอบที่ +/- 6% เมื่อเทียบกับข้อมูลในโลกจริง ถือเป็นการพัฒนาอย่างมากจากการประมาณการระดับแนวหน้าที่มีอยู่เดิมซึ่งมีค่าการทดสอบที่ +/- 35% เมื่อเทียบกับข้อมูลชุดเดียวกัน โครงการนี้เป็นการพัฒนาภายใต้การทำงานร่วมกันระหว่างเจดีอาร์เอฟ กับไลฟ์ ฟอร์ อะ ไชลด์ (Life for a Child), สมาคมระหว่างประเทศด้านโรคเบาหวานในเด็กและวัยรุ่น (International Society for Pediatric and Adolescent Diabetes หรือ ISPAD), สหพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federationหรือ IDF) และบียอนด์ ไทป์ 1 (Beyond Type 1) ดัชนีโรคเบาหวานชนิดที่ 1 สนับสนุนโดยองค์กรผู้สนับสนุนก่อตั้งอย่างแอบบอตต์ (Abbott) ประกอบกับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากลิลลี่ (Lilly), เวอร์เท็กซ์ ฟาร์มาซูติคัลส์ (Vertex Pharmaceuticals) และกองทุนการกุศลลีโอนา เอ็ม และแฮร์รี บี เฮล์มส์ลีย์ (The Leona M. and Harry B. Helmsley Charitable Trust) ทั้งนี้ในการปรับปรุงต่อไปในอนาคต ดัชนีนี้จะขยายให้ครอบคลุมถึงผลกระทบของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ต่อต้นทุนทางเศรษฐกิจ สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิต อีกทั้งข้อมูลยังจะแบ่งย่อยเป็นระดับภูมิภาคและระดับภูมิประชากรด้วย

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนีโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ที่นี่

เกี่ยวกับเจดีอาร์เอฟ

เจดีอาร์เอฟ (JDRF) มีพันธกิจเพื่อเร่งให้เกิดความก้าวหน้าที่เปลี่ยนแปลงชีวิตคนในการรักษาให้หายขาด ป้องกัน และรักษาตามอาการสำหรับโรคเบาหวานที่ 1 และภาวะแทรกซ้อนของโรค ในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เจดีอาร์เอฟได้ลงทุนกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์ในการให้ทุนวิจัยนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เจดีอาร์เอฟเป็นองค์กรที่สร้างขึ้นบนฐานของโครงสร้างแบบรากหญ้าที่ผู้คนเชื่อมต่อกันในชุมชนท้องถิ่น ทำงานร่วมกันในระดับภูมิภาคเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและผลกระทบด้านการระดมทุนในวงกว้างมากขึ้น และรวมตัวกันบนเวทีโลกเพื่อรวบรวมทรัพยากร พลังใจ และพลังงาน เจดีอาร์เอฟทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษา ผู้กำหนดนโยบาย ตลอดจนองค์กรบริษัทและพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาและส่งมอบรายการวิธีการรักษาให้กับผู้ที่ต้องใช้ชีวิตกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 พนักงานและอาสาสมัครของเจดีอาร์เอฟทั่วสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรระดับระหว่างประเทศ 5 รายอุทิศตนเพื่อการสนับสนุนประเด็น การมีส่วนร่วมของชุมชน และวิสัยทัศน์สู่โลกที่ปราศจากโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่jdrf.orgหรือติดตามทางทวิตเตอร์ (@JDRF) เฟซบุ๊ก (@myjdrf) และอินสตาแกรม (@jdrfhq)

เกี่ยวกับโรคเบาหวานชนิดที่1 (T1D)

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเองที่ส่งผลให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินน้อยมากหรือไม่ผลิตเลย นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและต่ำ ความเสียหายต่อไต ดวงตา เส้นประสาท และหัวใจ ตลอดจนถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษา เป็นหนึ่งในภาวะเรื้อรั้งทางสุขภาพที่เติบโตเร็วที่สุด หลายคนเชื่อว่าโรคเบาหวานชนิดที่1 ตรวจวินิจฉัยพบได้เฉพาะในวัยเด็กและวัยแรกรุ่นตอนต้น แต่การวินิจฉัยในผู้ใหญ่กำลังเพิ่มสูงขึ้น และมีสัดส่วนเป็นเกือบ 50% ของการตรวจวินิจฉัยพบโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ทั้งหมด อาการแรกเริ่มเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและยังไม่สามารถทำสิ่งใดเพื่อป้องกันได้ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ไม่ได้เกิดจากการบริโภคอาหารหรือวิถีชีวิต ขณะที่ปัจจุบันยังไม่เข้าใจสาเหตุทั้งหมด นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าทั้งปัจจัยทางพันธุกรรมและตัวกระตุ้นเชิงสิ่งแวดล้อมมีส่วนเกี่ยวข้อง ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ให้หายขาด

โลโก้ -https://mma.prnewswire.com/media/146160/jdrf_logo.jpg


"ข่าวประชาสัมพันธ์ ทันทุกกระแส" กับ @PRNewsThailand

เพิ่มเพื่อน
พื้นที่โฆษณา

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่โฆษณา
คำค้นแนะนำ
Link

ข่าวประชาสัมพันธ์

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์

รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บไซต์โรงแรม

เว็บเซลเพจ

เว็บเซลเพจโรงแรม

โรงแรมนครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราช

รวมโรงแรมนครศรีธรรมราช

ผู้หญิง

เว็บไซต์ผู้หญิง

โปรโมชั่น

ความงาม

แฟชั่น

สุขภาพ

ไลฟ์สไตล์

สลากกินแบ่งรัฐบาล

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวย

ตรวจหวย

ลอตเตอรี่

เรียงเบอร์

รวมข่าวประชาสัมพันธ์

วงล้อนำโชค

สุ่มเลขนำโชค

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ท้าวเวสสุวรรณ

หวยงวดนี้

เลขเด่นนำโชค

พระพิฆเนศ

นิวส์ไวร์

newswire

ไทยนิวส์ไวร์

thainewswire

จองตั๋วรถทัวร์

จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์

รีสอร์ทตราด

ตราดรีสอร์ท

โรงแรมตราด

Resort Trat

Trat Resort

ดูดวงไพ่ทาโรต์

ดูดวงไพ่ยิปซี

ดูดวงฟรี

ดูดวงออนไลน์

ดูดวงทั่วไป

ดูดวงการงาน

ดูดวงการเงิน

ดูดวงความรัก

ดูดวงสุขภาพ

ดูดวงการศึกษา

พื้นที่โฆษณา