รอสักครู่...

  • น.
พื้นที่โฆษณา

ข่าวธุรกิจ, สังคม

ข่าวธุรกิจ, สังคม - Mintel เผยผู้บริโภคทั่วโลกต้องการให้บริษัทผู้ผลิตมีส่วนรับผิดชอบต่อปัญหาด้านความยั่งยืน


ชอบข่าวนี้?
พื้นที่โฆษณา

ผู้บริโภคยอมรับว่า พฤติกรรมของตนเองก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนได้

ผู้บริโภคส่วนใหญ่สนใจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการซื้อสินค้าของตนเอง

Mintel Consulting เผยผลการวิจัยล่าสุดจาก Mintel Sustainability Barometer ว่า ผู้บริโภคทั่วโลกเชื่อว่าบริษัทต่าง ๆ จะต้องแสดงความรับผิดชอบมากที่สุดสำหรับต้นตอของปัญหาความยั่งยืนในหลายภาคส่วน อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคมองว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคเองก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน

ผู้บริโภคทั่วโลกเกือบครึ่ง (48%) เชื่อว่า ผู้ผลิตควรจะแสดงความรับผิดชอบในเรื่องการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ผู้บริโภคหนึ่งในสี่ (25%) เชื่อว่า ความรับผิดชอบเป็นของผู้บริโภค และอีกหนึ่งในห้า (20%) เชื่อว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล ในส่วนประเด็นเรื่องการลดมลพิษจากการขนส่งทางอากาศนั้น สองในห้า (41%) ของผู้บริโภคทั่วโลกเชื่อว่าเป็นความรับผิดชอบของบริษัทผู้ผลิตต่าง ๆ โดย 36% เชื่อว่าเป็นเรื่องของนโยบายรัฐ และอีก 12% มองว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้บริโภคเอง

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคกว่าครึ่ง (54%) เชื่อว่า ตนเองยังมีเวลาเหลือพอที่จะช่วยรักษาโลกใบนี้ โดย 51% เชื่อว่าพฤติกรรมของตนเองสามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมในทิศทางที่ดีขึ้น ทัศนคติเหล่านี้มีมากในกลุ่มผู้บริโภคชาวแคนาดา (65%) ชาวอิตาลี (64%) ชาวเยอรมันและชาวสเปน (59%) และชาวอังกฤษ (56%)

เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเรื่องความยั่งยืนชุดใหม่อย่าง Mintel Sustainability Barometer รวบรวมผลการวิจัยและข้อมูลเชิงลึกในเรื่องทัศนคติ พฤติกรรมและความชอบในการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคใน 16 ประเทศทั่วโลก พร้อมข้อเสนอและคำแนะนำที่เหมาะสำหรับแบรนด์ต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของนวัตกรรมในระดับชั้นนำ โครงการสื่อสารที่น่าสนใจ และแคมเปญต่าง ๆ

ริชาร์ด โคป (Richard Cope), Senior Trends Consultant, Mintel Consulting กล่าวว่า:

“จากการศึกษาของ International Energy Agency (IEA) เชื่อว่าการลดปริมาณมลพิษสะสมให้เหลือศูนย์มากกว่าครึ่งนั้นเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยบางคนอาจหวังว่าผู้บริโภคจะให้การยอมรับในเรื่องความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยของเราชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคมองว่าความรับผิดชอบเป็นของผู้ผลิตเสียมากกว่า ซึ่งมีเหตุผลประกอบมากมายว่าทำไมผู้บริโภคถึงโยนภาระเหล่านี้ให้กับบริษัทผู้ผลิต เช่น กลุ่มที่นิยมการประท้วงจะมีชุดความเชื่อที่ว่าบริษัทผู้ผลิตควรเป็นผู้รับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะปัญหาดังกล่าวอยู่นอกเหนือความสามารถที่จะแก้ปัญหาและรับมือในฝั่งของผู้บริโภคได้”

“อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ดีที่ผู้บริโภคยอมรับว่าตนเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะที่ประชากรเพียงส่วนน้อยในหลาย ๆ ประเทศเชื่อว่าตนเองยังพอมีเวลาที่จะกู้สถานการณ์กลับคืนมาเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายมากไปกว่านี้ ซึ่งการมองโลกในแง่ดีมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับความเชื่อในเรื่องพฤติกรรมของผู้บริโภคที่สามารถเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้”

“การให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับความยั่งยืนน่าจะเป็นปัจจัยที่จะช่วยสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคได้ ในขณะที่ช่องว่างในการพัฒนาความยั่งยืนที่เกิดจากประสบการณ์ที่แตกต่างกันของผู้บริโภคที่มีต่อต้นเหตุของปัญหาสภาวะโลกร้อนกับข้อเท็จจริงที่ว่าใครจะต้องรับผิดชอบปัญหาบ้างนั้น ได้กลายมาเป็นความท้าทายที่สำคัญของบริษัทต่าง ๆ ว่า บริษัทจะปิดช่องว่างในเรื่องความแตกต่างเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการวางจุดยืนของตัวสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา นอกจากนี้บริษัทต่าง ๆ ยังควรเป็นผู้นำในการยืนยันว่าการดำเนินงานของบริษัทตั้งอยู่บนพื้นฐานของสิ่งที่ถูกต้องและร่วมแสดงความคิดเห็นต่อที่ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคม หรือบริษัทอาจจะผนึกกำลังกับภาครัฐ จัดทำแคมเปญที่น่าติดตามเพื่อผลลัพธ์ที่ดีตามมา รวมถึงการเปิดรับฟังแนวคิดปลุกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมจากสารคดีต่าง ๆ เช่น Seaspiracy และ Kiss the Ground ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน”

ผู้บริโภคต้องการให้บริษัทต่าง ๆ วัดผลกระทบโดยตรงที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพฤติกรรมการซื้อสินค้าของตนเอง

ท้ายที่สุด เมื่อผู้บริโภคถูกถามว่า ปัจจัยอะไรที่เป็นตัวกระตุ้นให้ซื้อสินค้าหรือบริการที่อ้างว่ามีประโยชน์หรือช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภคมักมองหาข้อมูลว่าการใช้จ่ายของตนเองจะก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงอย่างไรบ้าง เช่น การปลูกต้นไม้หนึ่งต้นต่อการซื้อหนึ่งครั้ง (48%) โดยผู้บริโภคยังคงมองหาฉลากที่แสดงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมา (47%) ขณะที่ผู้บริโภคกว่าสองในห้า (42%) หาข้อมูลที่มีการใช้ระบบวัดผลกระทบที่เข้าใจได้ง่าย เช่น ปริมาณลิตรของน้ำที่ใช้หรือระยะทางที่ใช้ในการเดินทางเป็นกิโลเมตร ในขณะที่ 41% ของผู้บริโภคยังต้องการใบรับรองมาตรฐานที่เชื่อถือได้ เช่น B-Corp*

“ผู้บริโภคต้องการให้บริษัทใช้คำศัพท์และข้อมูลที่เข้าใจง่ายเพื่ออธิบายผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมจากการซื้อสินค้า ในขณะที่การทำให้ผู้บริโภคเชื่อในเชิงวิทยาศาสตร์และแปลงความเชื่อนี้ให้เป็นโอกาสการซื้อสินค้าอย่างเป็นรูปธรรมนั้น บริษัทจะต้องตอบสนองความต้องการด้วยการนำเสนอเรื่องราวหรือศัพท์ที่เกี่ยวกับความยั่งยืนแก่ผู้บริโภคในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้จะช่วยให้เกิดความเชื่อได้”

“นอกจากความต้องการในการรับรองจากองค์กรต่างๆ แล้ว เห็นได้ชัดว่าผู้บริโภคต้องการที่จะทราบว่าการซื้อสินค้าของตนเองจะก่อให้เกิดผลกระทบในด้านใดบ้าง เพื่อที่จะตอกย้ำความเชื่อและความคิดว่าการซื้อสินค้าของตนเองสามารถทำให้เกิดผลพวงที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง ความท้าทายที่เกิดขึ้นนี้คล้ายคลึงกับความท้าทายในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารที่มีฉลากโภชนาการ ค่อนข้างจะเป็นเหตุผลที่ดีในเรื่องความยั่งยืนในการนำ “traffic light system” มาประยุกต์ใช้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะมาถึง เช่น บริษัทเนสท์เล่และซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ในสหราชอาณาจักรที่จะผนวกข้อความที่สวยงามและเข้าใจง่ายกับเป้าหมายที่ต้องการสื่อโดยได้รับการรับรองจากองค์กรที่สาม อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังต้องการที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมว่ากรรมวิธีการผลิตต่างๆ นั้น สามารถประเมิน วัดผลและติดตามได้ที่ไหนและอย่างไร” ริชาร์ด กล่าวทิ้งท้าย

หมายเหตุ

*Certified B Corporations คือบริษัทที่ทำตามมาตรการที่เป็นที่ยอมรับของสังคมและสิ่งแวดล้อมในด้านผลประกอบการ ความโปร่งใสต่อประชาชน และ สามารถตรวจสอบได้ในทางกฏหมาย เพื่อที่จะสร้างความสมดุลของเป้าหมายและผลกำไร

Mintel Sustainability Barometer ฉบับใหม่รวบรวมผลการวิจัยและข้อมูลเชิงลึก ทัศนคติต่อความยั่งยืน พฤติกรรมและความชอบในการซื้อของผู้บริโภค จากการสำรวจผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 500 คน ที่มีอายุระหว่าง 16/18+ ใน 16 ประเทศในเดือนมีนาคม 2021

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 500 คนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปในประเทศบราซิล ฝรั่งเศส เยอรมัน สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ อิตาลี โปแลนด์และสเปน

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 500 คนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปในประเทศออสเตรเลีย แคนาดา จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไทยและสหรัฐอเมริกา

ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มฟรีได้ที่: mintel.com/consumer-sustainability-barometer

เกี่ยวกับ Mintel

Mintel ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความต้องการของผู้บริโภคและเหตุผลเบื้องหลังชั้นนำของโลก เรานำเสนอข้อมูลในด้านการวิเคราะห์เกี่ยวกับผู้บริโภค ตลาด ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และทิศทางการแข่งขันในตลาดผ่านมุมมองเศรษฐกิจในระดับประเทศและระดับสากลในรูปแบบที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร นับตั้งแต่ปี 1972 คำวิเคราะห์เชิงคาดการณ์และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของเราได้ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำและฉับไว เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของเราได้ที่ mintel.com.


"ข่าวประชาสัมพันธ์ ทันทุกกระแส" กับ @PRNewsThailand

เพิ่มเพื่อน
พื้นที่โฆษณา

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่โฆษณา
คำค้นแนะนำ
Link

ข่าวประชาสัมพันธ์

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์

รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บไซต์โรงแรม

เว็บเซลเพจ

เว็บเซลเพจโรงแรม

โรงแรมนครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราช

รวมโรงแรมนครศรีธรรมราช

ผู้หญิง

เว็บไซต์ผู้หญิง

โปรโมชั่น

ความงาม

แฟชั่น

สุขภาพ

ไลฟ์สไตล์

สลากกินแบ่งรัฐบาล

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวย

ตรวจหวย

ลอตเตอรี่

เรียงเบอร์

รวมข่าวประชาสัมพันธ์

วงล้อนำโชค

สุ่มเลขนำโชค

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ท้าวเวสสุวรรณ

หวยงวดนี้

เลขเด่นนำโชค

พระพิฆเนศ

นิวส์ไวร์

newswire

ไทยนิวส์ไวร์

thainewswire

จองตั๋วรถทัวร์

จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์

รีสอร์ทตราด

ตราดรีสอร์ท

โรงแรมตราด

Resort Trat

Trat Resort

ดูดวงไพ่ทาโรต์

ดูดวงไพ่ยิปซี

ดูดวงฟรี

ดูดวงออนไลน์

ดูดวงทั่วไป

ดูดวงการงาน

ดูดวงการเงิน

ดูดวงความรัก

ดูดวงสุขภาพ

ดูดวงการศึกษา

พื้นที่โฆษณา