ข่าวเอเชีย - สัปดาห์ดิจิทัลเอเปคชูศักยภาพเฉิงตู สะท้อนเสน่ห์ดึงดูดและพลังแห่งนวัตกรรม
สัปดาห์ดิจิทัลเอเปคชูศักยภาพเฉิงตู สะท้อนเสน่ห์ดึงดูดและพลังแห่งนวัตกรรม
รัฐบาลประชาชนเทศบาลนครเฉิงตู
เฉิงตู, จีน, 24 กรกฎาคม 2569 /ซินหัว-เอเชียเน็ท/ดาต้าเซ็ต
การประชุมรัฐมนตรีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก หรือ เอเปค (APEC) ประจำปี 2569 พร้อมด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงสัปดาห์ดิจิทัล กำลังมีขึ้น ณ นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ระหว่างวันที่ 16 ถึง 29 กรกฎาคมนี้ โดยงานนี้นอกจากจะเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแล้ว ยังเป็นเสมือนหน้าต่างที่สะท้อนนวัตกรรมและความมีชีวิตชีวาของนครเฉิงตูได้อย่างเด่นชัด
รัฐบาลประชาชนเทศบาลนครเฉิงตู ในฐานะผู้จัดงาน เปิดเผยว่า สัปดาห์ดิจิทัลครั้งนี้อัดแน่นด้วยกิจกรรมหลากรูปแบบ ครอบคลุม 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ การนำเสนอความสำเร็จในภาคอุตสาหกรรม การเผยแพร่วัฒนธรรมเทียนฟู่ ตลอดจนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า โดยมีเป้าหมายเพื่อต่อยอดแรงขับเคลื่อนจากการประชุม ในการผลักดันภาคอุตสาหกรรมการผลิตและเศรษฐกิจดิจิทัลของนครเฉิงตูให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมทั้งยกระดับภาพลักษณ์เด่นของเมืองนี้ในฐานะมหานครดิจิทัล อัจฉริยะ และมีความเป็นสากล
ทำไมต้องเป็นนครเฉิงตู คำตอบสำคัญอยู่ที่ยุทธศาสตร์ในการขยายอาณาเขตเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมุ่งสู่พื้น ที่ทางตะวันตก
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความร่วมมือทางดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมักกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งที่พัฒนาแล้วเป็นหลัก ดังนั้น การที่การประชุมนี้จัดขึ้น ณ พื้นที่ตอนในใจกลางแผ่นดินใหญ่ของจีนเป็นครั้งแรก จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ความร่วมมือระดับภูมิภาค นครเฉิงตูนำโครงการระดับชาติอย่าง “ข้อมูลตะวันออก ประมวลผลตะวันตก” มาต่อยอด ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความมั่นคงและยืดหยุ่นสูง พร้อมรองรับเวทีเจรจาพหุภาคีระดับสูงอย่างเต็มศักยภาพ การขยับย้ายหมุดหมายทางภูมิศาสตร์จาก “เมืองหน้าด่านชายฝั่ง” สู่การเป็น “ศูนย์กลางพื้นที่ตอนใน” ในครั้งนี้ ได้เปิดมิติใหม่และขยายพื้นที่ความร่วมมือให้กว้างขวางยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างสมดุล พร้อมแบ่งปันผลประโยชน์ทางดิจิทัลร่วมกันอย่างทั่วถึงทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
นอกจากนี้ นครเฉิงตูยังเป็นเสมือนหน้าต่างบานสำคัญ ที่สะท้อนพลังแห่งนวัตกรรมในภาคดิจิทัลของจีนได้อย่างเด่นชัด
ที่ผ่านมา สังคมโลกมักมีภาพจำต่อพื้นที่ทางตะวันตกของจีนเพียงในมิติของทรัพยากรธรรมชาติ ขณะที่ศักยภาพด้านนวัตกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วกลับได้รับความสนใจเพียงเล็กน้อย ทว่าในปี 2568 ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของนครเฉิงตู สามารถกวาดรายได้จากการดำเนินงานรวมสูงถึง 1.79 ล้านล้านหยวน ปัจจุบัน นครเฉิงตูได้บ่มเพาะกลุ่มอุตสาหกรรมระดับล้านล้านหยวนขึ้นมาถึง 2 กลุ่ม ได้แก่ อุตสาหกรรมสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ พร้อมทั้งผลักดันห่วงโซ่อุตสาหกรรมหลักอีก 11 สาย ให้มีมูลค่าการผลิตทะลุ 1 แสนล้านหยวน ซึ่งครอบคลุมถึงอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีการบินและอวกาศ นอกจากนี้ นครเฉิงตูยังได้ติดตั้งสถานีฐาน 5G ไปแล้วมากกว่า 80,000 แห่ง และวางระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลแบบครบวงจรหลายระดับ ที่ผสานรวมทั้ง “การประมวลผลสมรรถนะสูง การประมวลผลอัจฉริยะ การประมวลผลทั่วไป และการประมวลผลแบบเอดจ์” ส่งผลให้มีสมรรถนะการประมวลผลรวมสูงกว่า 20,000P ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรม AI แกนหลักของนครเฉิงตูก็มีมูลค่าทะลุหลัก 1.5 แสนล้านหยวน โดยมีอัตราการเติบโตเมื่อเทียบรายปีสูงถึงประมาณ 39% พร้อมก้าวขึ้นสู่การเป็นหนึ่งใน “เมืองผู้นำ” จากการจัดอันดับในรายงานดัชนีการพัฒนา AI ระดับเมืองของประเทศจีนอีกด้วย
ด้วยแรงขับเคลื่อนจากอุตสาหกรรมสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และวัฒนธรรมดิจิทัล ส่งผลให้มูลค่าเพิ่มจากภาคส่วนหลักในเศรษฐกิจดิจิทัลของนครเฉิงตู คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 15% ในผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของเฉิงตู โดยหนึ่งในผลงานอันเป็นที่ประจักษ์คือภาพยนตร์แอนิเมชันฝีมือการสร้างของนครเฉิงตูเรื่อง Ne Zha 2(นาจา 2) ที่สามารถทุบสถิติรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของภาพยนตร์จีน ด้วยยอดขายตั๋วทะลุ 1 หมื่นล้านหยวน พร้อมก้าวขึ้นเป็นต้นแบบในการผสานวิทยาศาสตร์เข้ากับภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ดิจิทัลของเมืองนี้อย่างลงตัว
ศักยภาพในการเปลี่ยนเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัจฉริยะให้เกิดผลผลิตที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรมนี้ ถือเป็น “ความแน่นอน” ที่เศรษฐกิจโลกกำลังแสวงหาอย่างเร่งด่วนท่ามกลางภาวะการฟื้นตัว และสำหรับเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นครเฉิงตูไม่ได้มอบเพียงแค่โอกาสทางตลาดเท่านั้น แต่นำเสนอโซลูชันเชิงระบบสำหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ตลอดจนการทดสอบและพิสูจน์การใช้งานจริงในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างครบวงจร
ยิ่งไปกว่านั้น มนตร์เสน่ห์ทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ผสานกับอัตลักษณ์ของเมืองที่เปิดกว้างและพร้อมโอบรับความหลากหลาย ได้เข้ามาเติมความอบอุ่นในมิติความเป็นมนุษย์ให้กับการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยีที่อาจดูแข็งกระด้าง ด้วยศักยภาพของศูนย์กลางการบินจากสองท่าอากาศยานนานาชาติที่เชื่อมโยงเมืองสู่เวทีโลก ควบคู่กับระบบนิเวศนวัตกรรมที่เปิดรับความร่วมมือระดับสากล
นครเฉิงตูได้ผลักดันหลักการเปิดกว้างและความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อนำเสนอแนวทางแบบเฉิงตูในการเชื่อมโยงโลกยุคดิจิทัล
นครเฉิงตูตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ถือเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคตะวันตก ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 2,300 ปี เมืองแห่งนี้จึงเป็นที่รู้จักโด่งดังระดับโลก ทั้งจากระบบชลประทานตูเจียงเยี่ยน ถิ่นกำเนิดแพนด้ายักษ์ และวัฒนธรรมอาหารอันเลื่องชื่อ ปัจจุบันนครเฉิงตูมีประชากรอยู่อาศัยถาวรกว่า 21 ล้านคน โดยมีท่าอากาศยานนานาชาติระดับ 4F ถึงสองแห่งคอยเชื่อมโยงการเดินทางสู่จุดหมายปลายทางทั่วโลก ณ มหานครแห่งนี้ อารามโบราณตั้งตระหง่านอยู่เคียงข้างย่านเทคโนโลยีและการเงินอันทันสมัย สะท้อนการอยู่ร่วมกันของอารยธรรมดั้งเดิมและความล้ำยุคได้อย่างกลมกลืน จนกลายเป็นเมืองที่สะกดใจผู้มาเยือนจนไม่อยากจากไป
ที่มา : รัฐบาลประชาชนเทศบาลนครเฉิงตู
โพสต์ : บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด
เผยแพร่ : พีอาร์ นิวส์ ไทยแลนด์
"ข่าวประชาสัมพันธ์ ทันทุกกระแส" กับ @PRNewsThailand

