รอสักครู่...

  • น.
พื้นที่โฆษณา

ข่าวไลฟ์สไตล์

ข่าวไลฟ์สไตล์ - CGTN การทูตระดับประมุขแห่งรัฐช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์จีน-เอเชียกลางให้เฟื่องฟู


ชอบข่าวนี้?
พื้นที่โฆษณา


นับตั้งแต่จีนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับ 5 ประเทศในเอเชียกลางเมื่อ 31 ปีที่แล้ว การแลกเปลี่ยนระดับภูมิภาค รวมถึงการสร้างความร่วมมือในด้านยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ และความมั่นคง ก็ได้ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ

ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นคาดว่าจะถึงจุดสูงสุดระดับใหม่ในช่วงปลายสัปดาห์หน้า โดยจีนจะจัดการประชุมสุดยอดจีน-เอเชียกลาง (China-Central Asia Summit) ครั้งแรก ณ เมืองซีอาน มณฑลส่านซี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นเมืองที่รู้จักกันดีในฐานะจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหมโบราณที่พาดผ่านเอเชียกลางไปยังยุโรป ในโอกาสนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีนรายงานว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จะเป็นประธานการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ขณะที่ประมุขแห่งรัฐของคาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอุซเบกิสถาน จะเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน

บรรดาผู้เชี่ยวชาญมองว่าการรวมตัวของประมุขแห่งรัฐที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ เน้นย้ำถึงข้อเท็จจริงที่ว่าจีนและประเทศในเอเชียกลางมีผลประโยชน์ร่วมกันในวงกว้าง และความร่วมมือระดับภูมิภาคมีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นท่ามกลางความปั่นป่วนของโลกที่เพิ่มมากขึ้น

การทูตระดับประมุขแห่งรัฐ

คุณซุน จวงจื่อ (Sun Zhuangzhi) นักวิจัยจากสถาบันบัณฑิตสังคมศาสตร์จีน (Chinese Academy of Social Sciences) กล่าวว่า "การทูตระดับประมุขแห่งรัฐเป็นข้อได้เปรียบทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของความร่วมมือรอบด้านระหว่างจีนกับประเทศในเอเชียกลาง"

คุณซุนระบุในบทความล่าสุดที่ตีพิมพ์ผ่านวารสารคอนเทมโพรารี เวิลด์ (Contemporary World) ว่า การประชุมสุดยอดครั้งนี้สามารถส่งเสริมความไว้วางใจซึ่งกันและกันในเชิงกลยุทธ์ สร้างกลไกความร่วมมือ และขจัดอุปสรรคทางการเมืองด้วยการแก้ปัญหาเรื่องความแตกต่าง ขณะเดียวกัน การทูตระดับประมุขแห่งรัฐจะทำให้ประเทศต่าง ๆ มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนซึ่งกันและกันมากขึ้นในเรื่องผลประโยชน์และข้อกังวลสำคัญ ๆ ตลอดจนประสานงานกันในกิจการระหว่างประเทศ ซึ่งสามารถช่วยยกระดับธรรมาภิบาลโลกได้

เมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้เป็นประธานการประชุมสุดยอดออนไลน์เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 30 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับประเทศในเอเชียกลาง ในเดือนต่อมา ประมุขแห่งรัฐของ 5 ประเทศในเอเชียกลางได้เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่กรุงปักกิ่ง หลังจากนั้นในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจีน-เอเชียกลาง ครั้งที่ 3 ในเดือนมิถุนายน ได้มีการตัดสินใจยกระดับการประชุมให้เป็นการประชุมระดับประมุขแห่งรัฐ

ต่อมาประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้เดินทางเยือนคาซัคสถานและอุซเบกิสถาน และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ที่เมืองซามาร์กันต์ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งสำคัญครั้งแรกของผู้นำจีนนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19

บรรดาผู้เชี่ยวชาญระบุว่า กิจกรรมทางการทูตที่เข้มข้นเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าจีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความสัมพันธ์กับประเทศในเอเชียกลาง

คุณเติ้ง หาว (Deng Hao) นักวิจัยจากสถาบันวิเทศศึกษาแห่งประเทศจีน (China Institute of International Studies หรือ CIIS) ระบุว่า ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างจีนกับเอเชียกลางช่วยยกระดับสภาพแวดล้อมเชิงกลยุทธ์และความมั่นคงในภาคตะวันตกของจีน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมความมั่นคงและการพัฒนาของประเทศในเอเชียกลาง จึงนับเป็นกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย

ความร่วมมือหลายส่วนและผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ

คุณเติ้งระบุในวารสารไชน่า อินเตอร์เนชันแนล สตัดดีส์ (China International Studies) ว่า จีนประสบความสำเร็จทางการทูตอย่างมากในประเทศแถบเอเชียกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างกลไกความร่วมมือ 3 เสาหลัก ได้แก่ องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) และการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจีน-เอเชียกลาง

คุณเติ้งกล่าวว่า องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อกว่า 2 ทศวรรษที่แล้ว โดยมีพันธกิจในการต่อสู้กับการก่อการร้าย การแบ่งแยกดินแดน และลัทธิหัวรุนแรง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการพัฒนาที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับประเทศสมาชิก และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ได้เห็นความร่วมมือด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นในหลายเวทีระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ตลอดจนสร้างโอกาสในการพัฒนามหาศาลสำหรับภูมิภาคและทั่วโลก

สำหรับข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางนั้น ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้นำเสนอในปี 2556 และมุ่งเน้นไปที่การเชื่อมโยงกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเอเชียกลางให้เป็นช่องทางเชื่อมต่อจีนกับยุโรป ซึ่งจะช่วยส่งเสริมวงกลมเศรษฐกิจของเอเชียและยุโรปต่อไป หลังจากผ่านพ้นไป 10 ปี จีนได้ลงนามในเอกสารความร่วมมือภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางกับทุกประเทศในเอเชียกลาง และสร้างผลลัพธ์ที่น่าประทับใจในด้านการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า รวมถึงการอำนวยความสะดวกทางการเงิน

ข้อมูลอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่า มูลค่าการค้าระหว่างจีนกับประเทศในเอเชียกลางสูงถึง 7.02 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2565 ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 เท่าเมื่อเทียบกับมูลค่าการค้าในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งเริ่มสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต

คุณอวี้ เสี่ยวสวง (Yu Xiaoshuang) ผู้ช่วยนักวิจัยจากสถาบันวิเทศศึกษาแห่งประเทศจีน กล่าวว่า "ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางทำให้จีนและ 5 ประเทศในเอเชียกลางมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น และการประชุมสุดยอดจีน-เอเชียกลางที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น จะช่วยกำหนดทิศทางให้ทั้ง 6 ประเทศสานต่อมิตรภาพและความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อสร้างประชาคมจีน-เอเชียกลางที่มีอนาคตร่วมกัน"

https://news.cgtn.com/news/2023-05-09/Head-of-state-diplomacy-ushers-in-thriving-China-Central-Asia-ties-1jF3AMX0C9a/index.html


"ข่าวประชาสัมพันธ์ ทันทุกกระแส" กับ @PRNewsThailand

เพิ่มเพื่อน
พื้นที่โฆษณา

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่โฆษณา
คำค้นแนะนำ
Link

ข่าวประชาสัมพันธ์

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์

รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บไซต์โรงแรม

เว็บเซลเพจ

เว็บเซลเพจโรงแรม

โรงแรมนครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราช

รวมโรงแรมนครศรีธรรมราช

ผู้หญิง

เว็บไซต์ผู้หญิง

โปรโมชั่น

ความงาม

แฟชั่น

สุขภาพ

ไลฟ์สไตล์

สลากกินแบ่งรัฐบาล

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวย

ตรวจหวย

ลอตเตอรี่

เรียงเบอร์

รวมข่าวประชาสัมพันธ์

วงล้อนำโชค

สุ่มเลขนำโชค

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ท้าวเวสสุวรรณ

หวยงวดนี้

เลขเด่นนำโชค

พระพิฆเนศ

นิวส์ไวร์

newswire

ไทยนิวส์ไวร์

thainewswire

จองตั๋วรถทัวร์

จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์

รีสอร์ทตราด

ตราดรีสอร์ท

โรงแรมตราด

Resort Trat

Trat Resort

ดูดวงไพ่ทาโรต์

ดูดวงไพ่ยิปซี

ดูดวงฟรี

ดูดวงออนไลน์

ดูดวงทั่วไป

ดูดวงการงาน

ดูดวงการเงิน

ดูดวงความรัก

ดูดวงสุขภาพ

ดูดวงการศึกษา

พื้นที่โฆษณา