รอสักครู่...

  • น.
พื้นที่โฆษณา

ข่าวประกัน

ข่าวประกัน - อลิอันซ์รายงานระบบบำนาญในเอเชีย ประจำปี 2564: เอเชียจำเป็นต้องปฏิรูปบำนาญ หลังโควิด-19


ชอบข่าวนี้?
พื้นที่โฆษณา

อลิอันซ์รายงานระบบบำนาญในเอเชีย ประจำปี 2564
:
เอเชียจำเป็นต้องปฏิรูปบำนาญ หลังโควิด-19

  • โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในเอเชียน้อยกว่าทวีปอื่นๆมาก แต่กลุ่มรายได้น้อยยังคงได้รับผลกระทบหนัก
  • เอเชียจะมีจำนวนประชากรอายุมากกว่า 65 ปีถึงเกือบหนึ่งพันล้านคนในปี 2593
  • ประเด็นสำคัญ ในการปฏิรูประบบบำนาญ คือ การปรับอายุเกษียณให้สอดคล้องกับอายุขัยของคนในอนาคต
  • ทุกประเทศในเอเชียจำเป็นต้องปฏิรูประบบบำนาญอย่างเร่งด่วน แต่อาจมากน้อยต่างกัน
  • อายุเกษียณเป็นจุดอ่อนของระบบบำนาญไทย

อลิอันซ์เปิดเผยรายงานระบบบำนาญในระดับภูมิภาคฉบับแรก ซึ่งเป็นการศึกษาระบบบำนาญในภูมิภาคเอเชียโดยใช้ตัวชี้วัดระบบบำนาญของอลิอันซ์ Allianz Pension Indicator (API) โดยประเมินระบบบำนาญในสามด้านหลักๆ ได้แก่ สถานภาพด้านประชากรศาสตร์และการคลัง ความยั่งยืน และความเพียงพอ

เอเชียอยู่ในจุดที่จะเติบโตได้ดีในช่วงทศวรรษปี 2020 หลังการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดได้เป็นอย่างดี ในขณะที่กิจกรรมด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคลดลงน้อยกว่า 2% ในปี 2020 GDP ของโลกลดลงมากกว่า 4% และเกือบ 8% ในละตินอเมริกา โดยสาเหตุหลักของความสามารถในการฟื้นตัวเองของเอเชียได้แก่ การเติบโตที่สูงถึง 2.3% ของจีนซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่เพียงเศรษฐกิจเดียวที่เติบโตระหว่างสถานการณ์โรคระบาด

ลูโดวิค เซอร์บราน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ของอลิอันซ์ กล่าวว่า “โดยรวมแล้ว เอเชียถือว่าสร้างผลงานได้อย่างน่าทึ่งมากในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เอเชียมีข้อได้เปรียบเหนือภูมิภาคอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การเพิกเฉยต่อวิกฤตด้านประชากรศาสตร์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเอเชียก็อาจทำให้ข้อได้เปรียบนั้นไม่มีความหมาย ประชากรรุ่นต่อไปในเอเชียอาจต้องเผชิญกับผลที่จะเกิดขึ้น การไม่ปฏิรูประบบบำนาญ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของความเท่าเทียมในสังคมและความสามารถในการฟื้นตัวเอง อาจนำเอเชียไปถึงจุดจบของการเติบโตที่ยิ่งใหญ่ของเอเชีย

โรคระบาดไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่คร่านับล้านชีวิตทั่วโลก ซึ่งทำให้อายุคาดเฉลี่ยของปี 2563 ลดลง แต่กระแสด้านประชากรศาสตร์ที่กำลังเกิดขึ้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ อัตราการเกิดที่ลดลงและอายุคาดเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เอเชียมีประชากรสูงอายุเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรคระบาดโคโรน่าทำให้การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุช้าลงแค่ชั่วคราว แต่ในอีก 30 ปีข้างหน้า ประชากรในเอเชียที่อายุ 65 ปีขึ้นไปจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า หรือจาก 412 ล้านคนในปัจจุบันไปเป็น 955 ล้านคนในปี 2593 ซึ่งเท่ากับ 18% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในตอนนั้น

มิเคล่า กริมม์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของกลุ่มอลิอันซ์และผู้เขียนรายงานฉบับนี้ “โควิด 19 ไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างถาวรต่อการแก่ตัวของประชากร แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าไม่มีผลกระทบเลยต่อระบบบำนาญทุกรูปแบบ ในทางตรงกันข้าม โควิด 19 ยิ่งทำให้ความไม่เท่าเทียมกันในสังคมที่มีอยู่แล้วแย่ลงไปอีก แผลเป็นของเศรษฐกิจถดถอย การว่างงานที่สูงขึ้น และการศึกษาที่ไม่ต่อเนื่องจะยังคงอยู่ และยังเป็นแผลที่เกิดจากมาตรการช่วยเหลืออย่างเช่น การลดหรืองดส่งเงินสมทบบำนาญ หรือการอนุญาตให้ถอนเงินบำนาญออกมาใช้ชั่วคราว มาตรการระยะสั้นเช่นนี้มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดความยากจนยามชราในอนาคตข้างหน้า อาจกล่าวได้ว่าโควิดเป็นตัวเร่งให้การปฏิรูประบบบำนาญจำเป็นต้องเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน

มีความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนในขั้นตอนของการพัฒนาระบบบำนาญในเอเชีย ยกตัวอย่างเช่น สัดส่วนของผลประโยชน์ในกัมพูชามีเพียง 3% ในขณะที่ญี่ปุ่นสูงถึง 100% ความแตกต่างที่สูงเช่นนี้ยังมีให้เห็นในสถานภาพทางการเงินของครัวเรือน ในไต้หวันและฮ่องกง สินทรัพย์ทางการเงินสุทธิของครัวเรือนมีมากกว่า 400% ของ GDP ทั้งหมดในปี 2562 ในขณะที่ศรีลังกา กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ มีน้อยกว่า 50% ความแตกต่างเช่นนี้มีความสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงบริการทางด้านการเงินอย่างจำกัดของบางกลุ่มประชากร เป็นอุปสรรคต่อการสะสมเงินสำรองชราภาพซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบบำนาญแบบ Pay-as-you-go

ปัญหาหลักเกี่ยวกับความยั่งยืนของระบบบำนาญได้แก่ อายุเกษียณในตลาดหลายแห่งซึ่งไม่สะท้อนอายุคาดเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นในหลายทศวรรษที่ผ่านมา แม้ว่าตลาดหลายแห่งกำลังพิจารณาขยายอายุเกษียณ การเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอาจไม่เพียงพอที่จะลดผลกระทบของการเพิ่มขึ้นของอายุคาดเฉลี่ยนในอนาคต

ตลาดเอเชีย 15 ตลาดในรายงานฉบับนี้มีค่า API ที่แตกต่างกันค่อนข้างมากแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่แตกต่างกันในการปฏิรูประบบบำนาญ (ดูตาราง) ยกตัวอย่างเช่น อินโดนีเซียขยายอายุเกษียณออกไปอย่างมีนัยสำคัญในขณะที่ตลาดอื่นๆ ยังไม่ได้ทำอะไรในเรื่องนี้ มีเพียง 4 ตลาด (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน) ที่นำปัจจัยด้านประชากรศาสตร์เข้ามาพิจารณาในระบบบำนาญ ในสิงคโปร์ การจ่ายเงินรายปีเข้าระบบบำนาญได้รับการปรับอย่างสม่ำเสมอ มีไม่กี่ตลาดที่มีระบบบำนาญที่มีแหล่งมาจากเงินกองทุน เช่น สิงคโปร์และญี่ปุ่น ผลลัพธ์ที่ได้คือ ตลาดในเอเชียมีอันดับด้านความยั่งยืนและความเพียงพอที่แตกต่างกันอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีประเทศในเอเชียประเทศไหนที่ติด 10 อันดับแรกของโลก จึงเป็นที่ชัดเจนว่าทุกประเทศในเอเชียยังคงมีงานต้องทำในการทำให้ระบบบำนาญของตัวเองสามารรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วด้านประชากรศาสตร์เป็นเหตุผลสำคัญที่ประเทศในเอเชียจะต้องให้ความสำคัญกับการปฏิรูประบบบำนาญ

เช่นเดียวกับในประเทศไทย การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรสูงวัยและอายุเกษียณที่ต่ำหรือแค่ 60 ปีสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ส่งผลเสียต่อความยั่งยืนในระยะยาวของระบบบำนาญ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังจำเป็นต้องขยายระบบบำนาญให้ครอบคลุมประชากรวัยทำงานทั้งหมดซึ่งมีน้อยกว่า 50% ความท้าทายอีกประการหนึ่งได้แก่ ระดับหนี้ครัวเรือนที่สูง ซึ่งทำให้กลุ่มรายได้น้อยเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย

สามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ https://www.allianz.com/en/economic_research.html


"ข่าวประชาสัมพันธ์ ทันทุกกระแส" กับ @PRNewsThailand

เพิ่มเพื่อน
พื้นที่โฆษณา

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่โฆษณา
คำค้นแนะนำ
Link

ข่าวประชาสัมพันธ์

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์

รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บไซต์โรงแรม

เว็บเซลเพจ

เว็บเซลเพจโรงแรม

โรงแรมนครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราช

รวมโรงแรมนครศรีธรรมราช

ผู้หญิง

เว็บไซต์ผู้หญิง

โปรโมชั่น

ความงาม

แฟชั่น

สุขภาพ

ไลฟ์สไตล์

สลากกินแบ่งรัฐบาล

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวย

ตรวจหวย

ลอตเตอรี่

เรียงเบอร์

รวมข่าวประชาสัมพันธ์

วงล้อนำโชค

สุ่มเลขนำโชค

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ท้าวเวสสุวรรณ

หวยงวดนี้

เลขเด่นนำโชค

พระพิฆเนศ

นิวส์ไวร์

newswire

ไทยนิวส์ไวร์

thainewswire

จองตั๋วรถทัวร์

จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์

รีสอร์ทตราด

ตราดรีสอร์ท

โรงแรมตราด

Resort Trat

Trat Resort

ดูดวงไพ่ทาโรต์

ดูดวงไพ่ยิปซี

ดูดวงฟรี

ดูดวงออนไลน์

ดูดวงทั่วไป

ดูดวงการงาน

ดูดวงการเงิน

ดูดวงความรัก

ดูดวงสุขภาพ

ดูดวงการศึกษา

พื้นที่โฆษณา