รอสักครู่...

  • น.
พื้นที่โฆษณา

ข่าวสุขภาพ

ข่าวสุขภาพ - ยาอีลาเซสแทรนท์ของเมนารินี กรุ๊ป ได้รับสถานะเร่งพิจารณาจากอย.สหรัฐ มุ่งใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลามหรือแพร่กระจายชนิด ER+/HER2-


ชอบข่าวนี้?
พื้นที่โฆษณา

ยาอีลาเซสแทรนท์ หากได้รับการอนุมัติแล้ว จะเป็นยากลุ่ม SERD ชนิดรับประทานตัวแรกที่ใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลามหรือแพร่กระจายชนิด ER+/HER2- ระดับ 2L และ 3L

การยื่นคำขอนี้อาศัยผลลัพธ์จากการวิจัยยาอีลาเซสแทรนท์ในโครงการ EMERALD เฟส 3 ซึ่งแสดงให้เห็นประสิทธิภาพที่มีนัยสำคัญทางสถิติเหนือการให้ยาตามมาตรฐานทั่วไป ( SOC) ในกลุ่มอาสาสมัครทั้งในกลุ่มใหญ่และกลุ่มย่อยซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีการกลายพันธุ์ของตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน 1

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐยังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย Prescription Drug User Fee Act (PDUFA) ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566

เมนารินี กรุ๊ป (Menarini Group) หรือ "เมนารินี" (Menarini) บริษัทเอกชนสัญชาติอิตาลีผู้พัฒนาเภสัชภัณฑ์และระบบวินิจฉัยโรค และสเต็มไลน์ เทอร์ราพิวติกส์ (Stemline Therapeutics) หรือ "สเต็มไลน์" (Stemline) บริษัทย่อยที่เมนารินี กรุ๊ปเป็นเจ้าของ ประกาศในวันนี้ว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ได้ให้การยอมรับคำขอขึ้นทะเบียนยาใหม่ (NDA) ให้กับยาอีลาเซสแทรนท์ (elacestrant) ที่ทางบริษัทพัฒนาขึ้น โดยยาอีลาเซสแทรนท์เป็นยากลุ่ม Selective Estrogen Receptor Degrader (SERD) ที่อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลามหรือแพร่กระจายชนิดที่มีผลบวกต่อตัวรับฮอร์โมนและผลลบต่อตัวรับเฮอร์ทู (ER+/HER2-) โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐได้อนุมัติสถานะเร่งพิจารณา (Priority Review) และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย PDUFA ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566

FDA จะให้สถานะเร่งพิจารณาให้กับยาที่ประเมินแล้วพบว่ามีศักยภาพเพิ่มผลลัพธ์ในการรักษาได้มากกว่าการดูแลตามมาตรฐานปัจจุบัน ในแง่ความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการรักษา วินิจฉัย หรือป้องกันอาการรุนแรง โดย FDA ได้ให้สถานะ Fast Track กับยาอีลาเซสแทรนท์เมื่อปี 2561

"การที่ FDA ยอมรับคำขอขึ้นทะเบียนยาใหม่ของเราโดยให้สถานะเร่งพิจารณา นับเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับทางบริษัท" เอลซิน บาร์เคอร์ เออร์กัน (Elcin Barker Ergun) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเมนารินี กรุ๊ป กล่าว "เราหวังที่จะทำงานร่วมกับ FDA ระหว่างที่พิจารณาการขึ้นทะเบียนยาของเรา ซึ่งอาจได้เป็นตัวเลือกใหม่ในการสนองความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลามหรือแพร่กระจาย หลังร่างกายเกิดการต่อต้านอันเป็นผลจากการรักษาครั้งก่อนหน้า"

การยื่นขอขึ้นทะเบียนยาใหม่ได้รับการสนับสนุนจากผลลัพธ์ในการวิจัยโครงการ EMERALD เฟส 3 ซึ่งบรรลุผลลัพธ์หลักทั้งสองข้อในแง่อัตราการอยู่รอดโดยโรคสงบ (PFS) ในกลุ่มอาสาสมัครโดยรวมและในกลุ่มผู้ป่วยที่มีการกลายพันธุ์ของตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน 1 (mESR1) เมื่อเทียบกับการใช้ยาต้านฮอร์โมนตามมาตรฐาน (SOC) โดยกลุ่มเปรียบเทียบในการทดลองครั้งนี้จะถูกผู้วิจัยเลือกให้รับยาฟูลเวสแทรนท์ (fulvestrant) หรือไม่ก็ยายับยั้งเอ็นไซม์อะโรมาเทส อัตรา PFS ณ เวลา 12 เดือนของกลุ่มที่ใช้ยาอีลาเซสแทรนท์อยู่ที่ 22.32% เมื่อเทียบกับ 9.42% กับกลุ่มที่รักษาตามมาตรฐานในกลุ่มใหญ่ และ 26.76% เทียบกับ 8.19% ในกลุ่มที่มีการกลายพันธุ์ ESR1 ข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกยังพบว่า ยาอีลาเซสแทรนท์ยังช่วยลดความเสี่ยงที่โรคจะลุกลามรุนแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิตลงได้ถึง 30% ในผู้ป่วยกลุ่มใหญ่ และลงถึง 45% ในกลุ่มที่มีการกลายพันธุ์ ESR1 ทั้งยังแสดงให้เห็นความปลอดภัยในระดับที่ควบคุมดูแลได้

ยาอีลาเซสแทรนท์เป็นสารประกอบที่อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย และยังไม่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล โดยได้ยื่นขออนุญาตเพื่อจัดจำหน่าย (MAA) ถึงองค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) ไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดลองยาอีลาเซสแทรนท์ทางคลินิกได้ที่ www.clinicaltrials.gov

เมนารินี กรุ๊ป ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิทั่วโลกสำหรับยาอีลาเซสแทรนท์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 จากเรเดียส เฮลธ์ อิงค์ (Radius Health, Inc.) (NASDAQ: RDUS) ซึ่งได้ดำเนินการและดูแลการวิจัย EMERALD จนสำเร็จลุล่วง โดยทางสเต็มไลน์ได้นำข้อมูลทางบวกจากการวิจัยเฟส 3 ด้วยการสนับสนุนจากเรเดียส ไปยื่นขอขึ้นทะเบียนยาใหม่ (NDA) เมื่อเดือนมิถุนายน 2565 ต่อทาง FDA ปัจจุบัน เมนารินี กรุ๊ป เป็นผู้รับผิดชอบการขึ้นทะเบียน จัดจำหน่าย และพัฒนาต่อยอดยาอีลาเซสแทรนท์ทั่วโลก ส่วนสเต็มไลน์ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในมหานครนิวยอร์ก จะเป็นผู้จัดจำหน่ายยาอีลาเซสแทรนท์หากได้รับอนุมัติจาก FDA ทั้งนี้ สเต็มไลน์มีความมุ่งมั่นในการพลิกแนวทางรักษามะเร็งให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง และปัจจุบันกำลังจัดจำหน่ายเทคนิครักษาโรคแบบใหม่ที่มุ่งเป้ารักษาผู้ป่วยมะเร็งเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด blastic plasmacytoid dendritic cell neoplasm (BPDCN) ทั้งในสหรัฐและยุโรป

เกี่ยวกับยาอีลาเซสแทรนท์ ( RAD1901) และโครงการศึกษาทดลอง EMERALD ระยะที่ 3

อีลาเซสแทรนท์คือยากลุ่ม Selective Estrogen Receptor Degrader (SERD) ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินความเป็นไปได้สำหรับใช้เป็นยารับประทานวันละครั้งในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมระยะลุกลามชนิดที่มีผลบวกต่อตัวรับฮอร์โมนและผลลบต่อตัวรับเฮอร์ทู (ER+/HER2-) โดยในปี 2561 อีลาเซสแทรนท์ได้รับสถานะ Fast Track จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) การศึกษาวิจัยก่อนโครงการ EMERALD ชี้ว่าสารประกอบดังกล่าวนี้มีศักยภาพในการรักษาโรคมะเร็งเต้านม โดยสามารถใช้เดี่ยว ๆ หรือใช้ร่วมกับการรักษาอื่น ๆ การทดลอง EMERALD ระยะที่ 3 เป็นการทดลองแบบสุ่ม ไม่ปกปิดข้อมูล และมีกลุ่มควบคุม เพื่อประเมินประสิทธิภาพของยาอีลาเซสแทรนท์ ในฐานะยาทางเลือกลำดับสองหรือสามในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมระยะลุกลามหรือระยะแพร่กระจายชนิด ER+/HER2- การทดลองนี้มีผู้ป่วยเข้าร่วม 477 คน โดยเป็นผู้ป่วยที่เคยได้รับการรักษาด้วยยาฮอร์โมนหนึ่งหรือสองตัว ซึ่งรวมถึงยากลุ่ม cyclin-dependent kinase (CDK) 4/6 inhibitor ผู้ป่วยที่เข้าร่วมการทดลองถูกสุ่มให้รับยาอีลาเซสแทรนท์ หรือยาฮอร์โมนตัวอื่นที่ผู้วิจัยเลือกไว้ ทั้งนี้ ผลลัพธ์หลักของการทดลองคืออัตราการรอดชีวิตโดยโรคสงบ (PFS) ในผู้ป่วยทั้งหมดและในผู้ป่วยที่มีการกลายพันธุ์ของยีน ESR1 ส่วนผลลัพธ์รองคืออัตราการรอดชีวิตโดยรวม (OS) อัตราการตอบสนองต่อการรักษา (ORR) และระยะเวลาการตอบสนอง (DOR)

เกี่ยวกับเมนารินี กรุ๊ป

เมนารินี กรุ๊ป (Menarini Group) คือบริษัทยาและการวินิจฉัยชั้นนำระดับโลกซึ่งมียอดขายกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ และมีพนักงานกว่า 17,000 คน เมนารินีมุ่งเน้นด้านการรักษาโรคที่จำเป็นแต่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง ด้วยชุดผลิตภัณฑ์สำหรับการรักษาโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคปอด โรคระบบทางเดินอาหาร โรคติดเชื้อ โรคเบาหวาน การอักเสบ และยาแก้ปวด ด้วยฐานการผลิต 18 แห่งพร้อมศูนย์วิจัยและพัฒนาอีก 9 แห่ง ผลิตภัณฑ์ของเมนารินีจึงมีวางจำหน่ายใน 140 ประเทศทั่วโลก รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.menarini.com

เกี่ยวกับเรเดียส

เรเดียส (Radius) เป็นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ระดับโลกซึ่งมุ่งเน้นด้านการรักษาโรคที่จำเป็นแต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองในด้านสุขภาพกระดูก โรคหายาก และเนื้องอกวิทยา โดยมีผลิตภัณฑ์เด่นคือยาฉีด TYMLOS(R) (abaloparatide) ซึ่งได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ สำหรับใช้รักษาสตรีวัยหมดฮอร์โมนที่เป็นโรคกระดูกพรุนและมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะกระดูกหัก นอกจากนี้ เรเดียสยังมีโครงการทดลองอีกมากมาย เช่น การทดลองยาฉีด Abaloparatide เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนเพศชาย การทดลองยาอีลาเซสแทรนท์ (RAD1901) สำหรับใช้รักษาโรคมะเร็งเต้านมที่พบตัวรับฮอร์โมนบนผิวเซลล์ ซึ่งให้สิทธิแก่เมนารินี กรุ๊ป และการทดลองยา RAD011 ซึ่งเป็นยาน้ำชนิดสารละลายที่สังเคราะห์จาก Cannabidiol เพื่อรักษาระบบประสาทและต่อมไร้ท่อ โรคพัฒนาการทางระบบประสาท หรืออาการทางจิตประสาทต่าง ๆ โดยจะมุ่งเป้าไปที่กลุ่มอาการพราเดอร์-วิลลี่ กลุ่มอาการแองเจิลแมน และอาการกระตุกแขนขาเป็นชุด ๆ

โลโก้: https://mma.prnewswire.com/media/1876570/MENARINI_GROUP.jpg


"ข่าวประชาสัมพันธ์ ทันทุกกระแส" กับ @PRNewsThailand

เพิ่มเพื่อน
พื้นที่โฆษณา

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่โฆษณา
คำค้นแนะนำ
Link

ข่าวประชาสัมพันธ์

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์

รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บไซต์โรงแรม

เว็บเซลเพจ

เว็บเซลเพจโรงแรม

โรงแรมนครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราช

รวมโรงแรมนครศรีธรรมราช

ผู้หญิง

เว็บไซต์ผู้หญิง

โปรโมชั่น

ความงาม

แฟชั่น

สุขภาพ

ไลฟ์สไตล์

สลากกินแบ่งรัฐบาล

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวย

ตรวจหวย

ลอตเตอรี่

เรียงเบอร์

รวมข่าวประชาสัมพันธ์

วงล้อนำโชค

สุ่มเลขนำโชค

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ท้าวเวสสุวรรณ

หวยงวดนี้

เลขเด่นนำโชค

พระพิฆเนศ

นิวส์ไวร์

newswire

ไทยนิวส์ไวร์

thainewswire

จองตั๋วรถทัวร์

จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์

รีสอร์ทตราด

ตราดรีสอร์ท

โรงแรมตราด

Resort Trat

Trat Resort

ดูดวงไพ่ทาโรต์

ดูดวงไพ่ยิปซี

ดูดวงฟรี

ดูดวงออนไลน์

ดูดวงทั่วไป

ดูดวงการงาน

ดูดวงการเงิน

ดูดวงความรัก

ดูดวงสุขภาพ

ดูดวงการศึกษา

พื้นที่โฆษณา