รอสักครู่...

  • น.
พื้นที่โฆษณา

ข่าวสุขภาพ

ข่าวสุขภาพ - RedHill รายงานผลวิเคราะห์เพิ่มเติมจากการศึกษา Opaganib ระยะ 2/3


ชอบข่าวนี้?
พื้นที่โฆษณา

อัตราการเสียชีวิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 62% ในผู้ป่วยโควิด-19 ขั้นรุนแรงระดับปานกลางที่ได้รับการรักษาด้วย opaganib เมื่อเปรียบเทียบกับ กลุ่มที่ควบคุมด้วยยาหลอก (มีผู้เสียชีวิต 7 รายในกลุ่มที่รักษาด้วย opaganib จำนวน 117 คน เทียบกับ 21 รายในกลุ่มที่ใช้ยาหลอกจำนวน 134 คน nominal p-value=0.019)

ยา opaganib มีประโยชน์ด้านประสิทธิผลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 21% โดยวัดจากการสามารถหายใจอากาศปกติ (room air) ได้ภายในวันที่ 14 ซึ่งเป็น ผลลัพธ์เป้าหมายหลักของการวิจัย (77% ในกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ยา opaganib เทียบกับ 63.5% ในกลุ่มที่ใช้ยาหลอก nominal p-value=0.033)

มัธยฐานระยะเวลาการออกจากโรงพยาบาลมีค่าเร็วกว่า 4 วันในกลุ่มผู้ป่วยที่รักษาด้วย opaganib (10 วันในกลุ่มที่รักษาด้วย opaganib เทียบกับ 14 วัน ในกลุ่มที่ใช้ยาหลอก) ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาลสะสมรวม 524 วัน ณ วันที่ 42 (nominal p-value=0.0195)

กลุ่มที่มีอาการรุนแรงระดับปานกลางนับเป็น 53% ของผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ต้องใช้สัดส่วนออกซิเจนจากการหายใจเข้า (Fraction of inspired Oxygen - FiO2) สูงสุด 60% เป็นพื้นฐาน (baseline) (การให้ออกซิเจนสำหรับการหายใจด้วยสายออกซิเจนผ่านจมูกหรือหน้ากากออกซิเจน)

ข้อมูลบ่งชี้แนวโน้มประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญของ opaganib สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 อาการรุนแรงระดับปานกลางที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งเป็น กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะมีการลุกลามของโรค การเจ็บป่วย และการเสียชีวิต ข้อมูลยังสนับสนุนศักยภาพของ opaganib ในการใช้รักษาโควิด-19 ระยะแรกเริ่ม ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษา opaganib ระยะที่ 2 ในสหรัฐ และการแสดงฤทธิ์ต้านไวรัส SARS-CoV-2 สายพันธุ์ต่าง ๆ

RedHill จะจัดการถ่ายทอดสดออนไลน์ในวันพฤหัสที่ 7 ตุลาคม 2564 เวลา 8.30 น. (EDT) เพื่ออภิปรายผลการวิเคราะห์เหล่านี้เพิ่มเติม

RedHill Biopharma Ltd. (Nasdaq: RDHL) ("RedHill" หรือ "บริษัท") บริษัทชีวเคมีภัณฑ์เฉพาะทาง ได้รายงานข้อมูลใหม่จากการศึกษาระดับโลกระยะที่ 2/3 เกี่ยวกับยา opaganib ในผู้ป่วยปอดอักเสบโควิด-19 ขั้นรุนแรงที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ชี้ว่าการรักษาด้วยยา opaganib (ABC294640)[1] เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ควบคุมด้วยยาหลอก มีอัตราการเสียชีวิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 62% ประกอบกับระยะเวลาการหายใจได้ด้วยอากาศปกติและค่ามัธยฐานระยะเวลาการออกจากโรงพยาบาลที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในกลุ่มผู้ป่วยโควิด-19 อาการรุนแรงระดับปานกลางที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จำนวน 251 คน ซึ่งคิดเป็นสัดสว่น 53% ของผู้เข้าร่วมการศึกษาทั้งหมด 475 คน

ผลการศึกษาใหม่ที่สำคัญเหล่านี้มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลภายหลังจากผู้เข้าร่วมการศึกษา 251 คนที่ต้องใช้สัดส่วนออกซิเจนจากการหายใจเข้า (Fraction of inspired Oxygen - FiO2) สูงสุด 60% เป็นพื้นฐาน (baseline) ผู้ป่วยที่มีค่า FiO2 ? 60% ยังนับว่ามีอาการรุนแรงและโดยปกติแล้วต้องมีการให้ออกซิเจนด้วยสายออกซิเจนผ่านจมูกหรือหน้ากากออกซิเจน

"ข้อค้นพบใหม่เหล่านี้สนับสนุนศักยภาพของ opaganib ในการใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 อาการรุนแรงระดับปานกลางที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นผู้ป่วยกลุ่มหลักที่มีความเสี่ยงสูงที่จะมีการลุกลามของโรค การเจ็บป่วย และการเสียชีวิต และเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์จากฤทธิ์ต้านไวรัสและต้านการอักเสบของ opaganib" ดร. นพ. Mark L. Levitt ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ของ RedHill กล่าว "ผลการศึกษาดังกล่าวเป็นเหตุผลยืนยันที่แข็งแกร่งสำหรับ
ศักยภาพด้านประสิทธิผลในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ต้องใช้ออกซิเจนโดยมีค่า FiO2 สูงสุด 60% ซึ่งเป็นสัดส่วนขนาดใหญ่ของผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ผลการวิจัยระยะ 2/3 ยังสอดคล้องกับผลการวิจัยระยะ 2 ในสหรัฐก่อนหน้านี้ และการแสดงฤทธิ์ต้านไวรัส SARS-CoV-2 สายพันธุ์ต่าง ๆ ในเซลล์เยื่อบุหลอดลมของมนุษย์ จึงช่วยสนับสนุนศักยภาพของ opaganib ในระยะแรกเริ่มของโรคขณะที่ปริมาณไวรัสยังสูง"

"เราตื่นเต้นกับชุดข้อมูลที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มที่ดีนี้ เท่าที่เราทราบ ยังไม่มีวิธีการรักษาด้วยยาที่ให้ทางปากตัวใหม่อื่นใดที่มีความแตกต่างในอัตราการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยอาการรุนแรงระดับปานกลางที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในระดับใกล้เคียงกันนี้ ข้อมูลนี้บ่งชี้ศักยภาพของ opaganib ในการเป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิผล ซึ่งอยู่ในรูปแบบของยาเม็ดที่ใช้และกระจายได้ง่าย เพื่อช่วยป้องกันการมีอาการรุนแรงมากขึ้นและการเสีย
ชีวิตของผู้ป่วย" Dror Ben-Asher ซีอีโอของ RedHill กล่าว "การระบุประชากรผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมายเป็นเรื่องท้าทายเป็นพิเศษสำหรับยาใหม่ กลไกการออกฤทธ์แบบใหม่ และโรคที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักมาก่อน การทดลองและข้อมูลเหล่านี้ทำให้เราทราบด้วยการบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า ผู้ป่วยกลุ่มใดมีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์สูงสุดจาก opaganib"

การวิเคราะห์กลุ่มผู้ป่วยกลุ่มย่อยที่มีค่า FiO2 สูงสุด 60% จากการศึกษา opaganib ระยะ 2/3 (n=251) ซึ่งเป็นค่ามัธยฐานโดยประมาณสำหรับระดับ FiO2 ในการศึกษานี้ และได้รับการรักษาด้วย opaganib หรือยาหลอกนอกเหนือจากการรักษาตามมาตรฐานปกติ (รวมถึงด้วยยากลุ่ม dexamethasone และ/หรือ remdesivir) บ่งชี้ประโยชน์อย่างที่สอดคล้องกันในผลลัพธ์เป้าหมายต่าง ๆ ของการวิจัย ในกลุ่มผู้ป่วยอาการรุนแรงระดับปานกลางที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลกลุ่มย่อยนี้ ด้วยลักษณะภายหลังการศึกษาของผู้ป่วยกลุ่มย่อยนี้ทำให้ไม่สามารถใช้การอนุมานเชิงสถิติอย่างมีนัยสำคัญ (โดยมี nominal values) บริษัทได้ดำเนินการวิเคราะห์ความอ่อนไหว (Sensitivity Analysis) เพื่อให้ครอบคลุมข้อมูลที่ไม่สามารถตีความได้ [2] ดังนี้

การเสียชีวิต: การรักษาด้วย opaganib มีอัตราการเสียชีวิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 62% (ผู้ป่วย 7 จาก 117 คนที่ได้รับการรักษาด้วย opaganib เทียบกับผู้ป่วย 21 จาก 134 คนที่ใช้ยาหลอก nominal p-value=0.019 โดยมีค่าความเสี่ยงสัมพัทธ์ 2.6 (การวิเคราะห์ความอ่อนไหว: 5/117 เมื่อเทียบกับ 16/134 และมีประโยชน์ด้านประสิทธิผล 64% nominal p-value=0.033 ค่าความเสี่ยงสัมพัทธ์ - 2.8)

นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงพื้นฐานโดยละเอียดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผลลัพธ์ด้านอัตราการเสียชีวิตในกลุ่มที่มีการวิเคราะห์ความอ่อนไหว ซึ่งชี้ว่าประโยชน์ของยายังมีอยู่อย่างแข็งแกร่งโดยไม่ได้รับผลจากกลุ่มย่อยหรือปัจจัยเสี่ยง นับว่ายืนยันผลลัพธ์เชิงบวกของยา opaganibการหายใจด้วยอากาศปกติได้ภายในวันที่ 14 (ผลลัพธ์เป้าหมายหลักของการวิจัย): 77% ของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย opaganib หายใจด้วยอากาศปกติได้
ภายในวันที่ 14 เทียบกับ 63.5% ในกลุ่มที่ใช้ยาหลอก ซึ่งแสดงประสิทธิศักย์ 21% ของ opaganib (nominal p-value= 0.033)มัธยฐานระยะเวลาการออกจากโรงพยาบาล: ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย opaganib มีค่ามัธยฐานระยะเวลาการออกจากโรงพยาบาล 10 วัน เมื่อเทียบกับ 14 วันในกลุ่มที่ใช้ยาหลอก เป็นผลให้ลดระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาล 4 วันต่อผู้ป่วยหนึ่งรายที่ใช้ opaganib และลดระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาลสะสม 524 วันในผู้ป่วยกลุ่มนี่ทั้งหมด ณ วันที่ 42 (nominal p-value=0.0195)ความปลอดภัย: ผลไม่พึงประสงค์โดยรวมมีความสมดุลระหว่างกลุ่มที่ใช้ยา opaganib กับกลุ่มที่ใช้ยาหลอกบ่งชี้ความปลอดภัยที่ดี โดยไม่มีสัญญาณบ่งชี้ด้านความปลอดภัยใหม่ใด ๆ จึงเป็นการสนับสนุนศักยภาพของยาในการใช้กับประชากรผู้ป่วยกลุ่มนี้และประชากร
ผู้ป่วยในระยะแรกเริ่ม [3]

การศึกษาระดับโลกระยะ 2/3 แบบหลายศูนย์ มีการสุ่ม อำพรางสองทาง มีกลุ่มคู่ขนาน และมีการควบคุมด้วยยาหลอก ได้ศึกษากับผู้ป่วย 475 คนที่เป็นโรคปอดอักเสบโควิด-19 ซึ่งต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและมีการให้ออกซิเจน มีการสุ่มกลุ่มผู้ป่วยด้วยอัตราส่วน 1:1 ที่จะรับยา opaganib หรือยาหลอกนอกเหนือจากการรักษาตามมาตรฐานตามปกติ

ข้อมูลใหม่จากการวิเคราะห์กลุ่มย่อยนี้เกิดขึ้นหลังจากผลลัพธ์โดยรวมของการศึกษาระยะ 2/3 ของบริษัทที่ได้ประกาศก่อนหน้านี้ ขณะนี้ยังมีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยรวม รวมทั้งการวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นของการรักษาด้วย opaganib ในผู้ป่วยระยะแรกเริ่มของโรค RedHillตั้งใจจะอภิปรายผลการศึกษากับหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงองค์การอาหารและยาสหรัฐและหน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ ตลอดจนหน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ และหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อช่วยในการระบุขั้นตอนต่อจากนี้

opaganib เป็นยาโมเลกุลขนาดเล็กตัวใหม่ในรูปแบบของยาเม็ดแบบให้ทางปากซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย opaganib มีกลไกออกฤทธิ์ควบคู่ในการต้านไวรัสและต้านการอักเสบซึ่งออกฤทธิ์กับไวรัสต้นเหตุและผลการอักเสบของโควิด-19 โดยเชื่อว่ายานี้ออกฤทธิ์ต้านไวรัสด้วยการยับยั้งเฉพาะ SK2 เอนไซม์หลักที่สร้างขึ้นในเซลล์มนุษย์ซึ่งไวรัสอาจใช้เพื่อรองรับการเพิ่มจำนวน และคาดว่าจะมีประสิทธิผลต่อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ๆ โดยได้แสดงฤทธิ์การยับยั้งที่
แข็งแกร่งต่อไวรัสสายพันธุ์น่ากังวล รวมทั้งสายพันธุ์เดลตา ในขั้นพรีคลินิก

ข้อมูลการถ่ายทอดสดออนไลน์และการประชุมทางโทรศัพท์

บริษัทจะจัดการถ่ายทอดสดออนไลน์ในวันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม 2564 เวลา 8.30 น. EDT โดยจะนำเสนอผลการวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการศึกษาระยะ 2/3และตอบคำถามต่าง ๆ

การถ่ายทอดสดรวมทั้งสไลด์จะเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของบริษัท https://www.redhillbio.com/investors/events-and-presentations/default.aspx โดยจะเปิดดูย้อนหลังได้ภายใน 30 วัน

เพื่อเข้าร่วมการประชุมทางโทรศัพท์ โปรดโทรหมายเลขใดหมายเลขหนึ่งต่อไปนี้ 15 นาทีก่อนเริ่มประชุม สหรัฐ: +1-877-870-9135; นานาชาติ: +1646-741-3167 และอิสราเอล: +972-3-530-8845; รหัสการเข้าประชุม: 4785122

เกี่ยวกับ Opaganib (ABC294640)

opaganib สารเคมีชนิดใหม่ เป็นยายับยั้งประเภท selective inhibitor กลุ่ม sphingosine kinase 2 (SK2) แบบให้ทางปากตัวใหม่ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวมีกลไกการออกฤทธิ์สองแบบคือต้านการอักเสบและต้านไวรัส ซึ่งมุ่งเป้าองค์ประกอบของเซลล์เจ้าบ้าน และคาดว่ามีศักยภาพในการลดการดื้อยาจากการกลายพันธุ์ของไวรัส โดยปรากฏให้เห็นฤทธิ์ยับยั้งอย่างแข็งแกร่งมาแล้วกับไวรัสสายพันธุ์น่ากังวล รวมถึงสายพันธุ์เดลตา Opaganib ยังมีฤทธิ์ต้านมะเร็งและปรากฏให้เห็นผลลัพธ์ดีในขั้นพรีคลินิกเกี่ยวกับพังผืดในไต ทั้งยังมีศักยภาพพุ่งเป้าไปที่อาการทางเนื้องอก ไวรัส การอักเสบ และกระเพาะและลำไส้
ด้วย

ก่อนหน้านี้ Opaganib มีข้อมูลออกมาในทางที่ดีจากการวิจัยระยะ 2 ในสหรัฐกับผู้ป่วยโควิด-19 อาการรุนแรง ซึ่งส่งเข้ารับการทบทวนโดยผู้รู้เสมอกันแล้วและเพิ่งเผยแพร่ลงใน medRxiv

Opaganib ยังได้รับสถานะ Orphan Drug จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) สำหรับการรักษามะเร็งท่อน้ำดี และอยู่ระหว่างการประเมินในการศึกษาวิจัยระยะ 2a เกี่ยวกับการรักษามะเร็งท่อน้ำดีระยะลุกลามและการศึกษาระยะที่ 2 เกี่ยวกับการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก และเมื่อประเมินข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบบางส่วนเบื้องต้น การวิจัยที่กำลังดำเนินอยู่กับมะเร็งต่อมลูกหมากนั้นบรรลุผลลัพธ์หลักแล้ว โดยกำลังอยู่ระหว่างการรับผู้ป่วยร่วมการทดลอง รวมถึงรักษาและวิเคราะห์ผลลัพธ์

Opaganib ได้แสดงคุณสมบัติการต้านไวรัสที่แข็งแกร่งต่อ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19 ด้วยการยับยั้งการจำลองตัวเองของไวรัสอย่างสิ้นเชิงในตัวแบบทดลองของเนื้อปอดและหลอดลมของมนุษย์ นอกจากนี้ การศึกษาวิจัยในร่างกายมนุษย์ขั้นก่อนคลินิกยังบ่งชี้ว่า opaganib มีศักยภาพในการบรรเทาอาการอักเสบของปอด เช่น โรคปอดบวม มีศักยภาพลดพังผืดในไต และลดอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza) และทำให้อาการบาดเจ็บในปอดจาก Pseudomonas aeruginosa ดีขึ้นด้วยการลดระดับของ IL-6 และ TNF-alpha ในตัวอย่าง bronchoalveolar lavage fluid จากปอดและถุงลมของผู้ป่วย[4]

การศึกษายา opaganib ที่กำลังดำเนินอยู่มีการลงทะเบียนทาง www.ClinicalTrials.gov บริการเว็บไซต์ของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ ซึ่งทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการศึกษาวิจัยเชิงคลินิกที่ได้รับการสนับสนุนโดยภาครัฐและเอกชน

ข้อมูลสรุปผลการศึกษายา opaganib ระยะ 2/3 ของบริษัทเป็นข้อมูลเบื้องต้น บริษัทตั้งใจที่จะศึกษาข้อมูลจากการวิจัยนี้โดยละเอียดต่อไป ควบคู่ไปกับข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมไว้ระหว่างการวิจัยนี้ ซึ่งรวมถึงความปลอดภัยและมาตรการผลลัพธ์รองทั้งหมด ผลการวิเคราะห์ดังกล่าวอาจนำมาซึ่งผลการค้นพบใหม่หรือไม่สอดคล้องกับข้อมูลสรุปที่เผยแพร่ในข่าวประชาสัมพันธ์นี้ ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจึงไม่ควรพิจารณาว่าผลการวิเคราะห์ที่รายงานในข่าว
ประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นผลลัพธ์ขั้นสุดท้ายของการวิจัย

เกี่ยวกับ RedHill Biopharma

RedHill Biopharma Ltd. (Nasdaq: RDHL) เป็นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์เฉพาะทางที่มุ่งเน้นโรคระบบทางเดินอาหารและการติดเชื้อ RedHill สนับสนุนยาระบบทางเดินอาหาร Movantik(R) สำหรับอาการท้องผูกจากสารโอปิออยด์ในผู้ใหญ่[5], Talicia(R) สำหรับการรักษาการติดเชื้อ Helicobacter pylori (H. pylori) ในผู้ใหญ่[6] และ Aemcolo(R) สำหรับการรักษาโรคท้องเสียในผู้ใหญ่[7] โครงการพัฒนาเชิงคลินิกขั้นสุดท้ายที่สำคัญของ RedHill ประกอบด้วย (i) RHB-204อยู่ระหว่างการศึกษาระยะที่ 3 สำหรับการติดเชื้อมัยโคแบคทีเรียที่ไม่ใช่เชื้อวัณโรค (pulmonary nontuberculous mycobacteria - NTM) (ii) opaganib(ABC294640) ยายับยั้งประเภท selective inhibitor กลุ่ม sphingosine kinase 2 (SK2) ที่มุ่งเป้าหลายข้อบ่งชี้ของโรค โดยอยู่ระหว่างการศึกษาระยะที่ 2/3 สำหรับการรักษาโควิด-19 และการศึกษาระยะที่ 2 สำหรับการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งท่อน้ำดี (iii) RHB-107 (upamostat) สารยับยั้งserine protease แบบให้ทางปาก ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาระยะ 2/3 ในสหรัฐสำหรับโรคโควิด-19 แบบแสดงอาการและมุ่งเป้าโรคมะเร็งและโรคระบบทางเดินอาหารอักเสบชนิดอื่น ๆ (iv) RHB-104 ซึ่งมีผลลัพธ์เชิงบวกจากการศึกษาระยะที่ 3 สำหรับโรคโครห์น (v) RHB-102 ซึ่งมีผลลัพธ์เชิงบวกจากการศึกษาระยะที่ 3สำหรับโรคกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กอักเสบเฉียบพลัน และจากการศึกษาระยะที่ 2 สำหรับโรคลำไส้แปรปรวน IBS-D และ (vi) RHB-106 ยาสำหรับการเตรียมลำไส้ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทได้ที่ www.redhillbio.com / https://twitter.com/RedHillBio

หมายเหตุ: ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นฉบับแปลของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับทางการของบริษัทซึ่งเป็นภาษาอังกฤษโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความสะดวก ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับภาษาอังกฤษ รวมถึงแถลงการณ์เกี่ยวกับข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตได้ที่ https://ir.redhillbio.com/press-releases

ข้อมูลติดต่อบริษัท: ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ:
Adi Frish สหรัฐ:Bryan Gibbs, Finn Partners
Chief Corporate & Business Development Officer +1 212 529 2236
RedHill Biopharma bryan.gibbs@finnpartners.com
+972-54-6543-112 สหราชอาณาจักร:Amber Fennell, Consilium
adi@redhillbio.com +44 (0) 7739 658 783
fennell@consilium-comms.com

[1] Opaganib เป็นยาใหม่ที่อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย ยังไม่มีการจำหน่ายในเชิงการค้า

[2] แม้ปัจจัยเสี่ยงในภาพรวมมีความสมดุล แต่เราก็มีการประเมินปัจจัยเสี่ยงแต่ละรายการแยกกันเพื่อดูผลที่อาจเกิดขึ้นกับผลลัพธ์เป้าหมาย

[3] ยังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ความปลอดภัยโดยละเอียด

[4] Xia C. et al. Transient inhibition of sphingosine kinases confers protection to influenza A virus infected mice. Antiviral Res. 2018Oct; 158:171-177. Ebenezer DL et al. Pseudomonas aeruginosa stimulates nuclear sphingosine-1-phosphate generation and epigenetic regulationof lung inflammatory injury. Thorax. 2019 Jun;74(6):579-591.

[5] ดูรายละเอียดข้อมูลของยา Movantik(R) (naloxegol) ได้ที่: www.Movantik.com

[6] ดูรายละเอียดข้อมูลของยา Talicia(R) (omeprazole magnesium, amoxicillin และ rifabutin) ได้ที่: www.Talicia.com

[7] ดูรายละเอียดข้อมูลของยา Aemcolo(R) (rifamycin) ได้ที่ www.Aemcolo.com

โลโก้: https://mma.prnewswire.com/media/1334141/RedHill_Biopharma_Logo.jpg


"ข่าวประชาสัมพันธ์ ทันทุกกระแส" กับ @PRNewsThailand

เพิ่มเพื่อน
พื้นที่โฆษณา

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่โฆษณา
คำค้นแนะนำ
Link

ข่าวประชาสัมพันธ์

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์

รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บไซต์โรงแรม

เว็บเซลเพจ

เว็บเซลเพจโรงแรม

โรงแรมนครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราช

รวมโรงแรมนครศรีธรรมราช

ผู้หญิง

เว็บไซต์ผู้หญิง

โปรโมชั่น

ความงาม

แฟชั่น

สุขภาพ

ไลฟ์สไตล์

สลากกินแบ่งรัฐบาล

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวย

ตรวจหวย

ลอตเตอรี่

เรียงเบอร์

รวมข่าวประชาสัมพันธ์

วงล้อนำโชค

สุ่มเลขนำโชค

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ท้าวเวสสุวรรณ

หวยงวดนี้

เลขเด่นนำโชค

พระพิฆเนศ

นิวส์ไวร์

newswire

ไทยนิวส์ไวร์

thainewswire

จองตั๋วรถทัวร์

จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์

รีสอร์ทตราด

ตราดรีสอร์ท

โรงแรมตราด

Resort Trat

Trat Resort

ดูดวงไพ่ทาโรต์

ดูดวงไพ่ยิปซี

ดูดวงฟรี

ดูดวงออนไลน์

ดูดวงทั่วไป

ดูดวงการงาน

ดูดวงการเงิน

ดูดวงความรัก

ดูดวงสุขภาพ

ดูดวงการศึกษา

พื้นที่โฆษณา