รอสักครู่...

  • น.
พื้นที่โฆษณา

ข่าวสุขภาพ

ข่าวสุขภาพ - คนซึมเศร้าพุ่ง 59% กรมสุขภาพจิตและสสส.แนะใช้การอ่าน การเขียน ศิลปะ ลดภาวะเครียดด้วยตนเอง


ชอบข่าวนี้?
พื้นที่โฆษณา

น่าห่วง! คนซึมเศร้าพุ่ง 59% กรมสุขภาพจิตและสสส.แนะใช้การอ่าน การเขียน ศิลปะ ลดภาวะเครียดด้วยตนเอง

แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ธนาคารจิตอาสาและเครือข่ายการ์ตูนไทยสร้างสรรค์สังคม จัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการ “พลังวรรณกรรมเพื่อเสริมสร้างพลังชีวิต:อ่านยาใจ”ปีที่ 2 และพิธีประกาศเกียรติคุณผู้ชนะการประกวดเรื่องสั้น “วันทุกข์ที่ผ่านพ้น”ปีที่ 1 ผ่านโปรแกรม Zoom Meeting และ Live ทาง Facebook เพจ “อ่านยกกำลังสุข” ภายในงานมีการจัดเสวนาหัวข้อ จาก“วันทุกข์ที่ผ่านพ้น” สู่ “ภูมิคุ้มใจในวันทุกข์” เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา

นางสุดใจ พรหมเกิด ผจก.แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการฯว่า สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่ายฯ ริเริ่มโครงการในปี 2563 เพื่อให้ทุกคนนำพลังการอ่านสร้างเสริมความเข้มแข็งทางใจ พร้อมสู้ภัยโควิด-19 โดยจัดประกวดเรื่องสั้น “วันทุกข์ที่ผ่านพ้น” มีผลงานส่งเข้าร่วมกว่า 300 เรื่อง ขณะนี้ได้นำผลงานชนะการประกวดเผยแพร่ทาง www.happyreading.in.th

นางสุดใจ กล่าวต่อว่า สำหรับปี 2564 โครงการฯอ่านยาใจปี 2 ได้จัดกิจกรรมประกวด “เรื่องสั้น”และ “บทกวี” “ภูมิคุ้มใจในวันทุกข์”เพื่อให้เด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไปได้ใช้พลังของการเขียนและการอ่าน รวมถึงศิลปะหลากแขนง ช่วยผ่อนเบาความทุกข์ คลายความเครียด สร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเองและสังคม โดยเชื่อว่าพลังของการเขียนและการอ่าน เปรียบเหมือนวัคซีนทางความคิด สามารถนำไปใช้ป้องกันแรงกระแทกจากความทุกข์ที่ฉับพลัน และช่วยเยียวยาให้คนออกจากความเครียด ที่สำคัญผู้เขียนยังได้ตีแผ่เรื่องราวความทุกข์ที่สามารถหาวิธีจัดการจนผ่านพ้นได้ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านได้นำไปปรับใช้ต่อสู้กับชีวิตและอยู่ต่อไป

พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา กรมสุขภาพจิตได้ทำประเมินสุขภาพจิตของประชาชนในยุคโควิด-19 ทั่วประเทศ จำนวน 131,014 ราย พบว่าประชาชนทั่วไปมีภาวะความเครียด โดยกรมสุขภาพจิตสรุป 4 สาเหตุหลักมาจาก 1.ภาวะซึมเศร้า ร้อยละ 59.93 2.ความเครียดสูง ร้อยละ 53.47 3.ความคิดทำร้ายตัวเอง ร้อยละ 36.99 และภาวะหมดไฟ ร้อยละ 23.66 ซึ่งสถิติดังกล่าวเป็นสัญญานอันตรายต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทางกรมสุขภาพจิตจึงได้ระดมผู้เชี่ยวชาญร่วมกันหารือ เพื่อหาทางช่วยให้ประชาชนผ่านวิกฤตนี้โดยไม่ต้องพบจิตแพทย์ ในที่สุดจึงใช้วิธีดั้งเดิมในอดีตที่เคยใช้ได้ผลมากว่าร้อยปี ด้วยการทำบรรณบำบัดหรือการบำบัดจิตด้วยหนังสือ(Bibliotherapy) ซึ่งเป็นวิธีที่คนเยียวยาตนเองด้วยการวาดรูปและเขียนหนังสือ รวมถึงการระบายความรู้สึกผ่านไดอารี่ เมื่อนำไปทดสอบทางการแพทย์ด้วยการทำ MRI พบว่าสมองของคนที่ชอบเขียนและอ่านหนังสือมีการกระตุ้นการทำงานทุกส่วน ส่งผลให้ลดความเครียด นอนหลับได้โดยไม่ต้องพึ่งยา

“โครงการการอ่านยาใจ นอกจากจะเป็นโครงการประกวดงานเขียนแล้ว ทุกคนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ระบายความรู้สึกให้ผ่านพ้นความทุกข์ เป็นการแชร์ความรู้สึกร่วมกัน ได้สร้างพลังใจร่วมกัน ระหว่างผู้เขียนและผู้อ่าน อย่างไรก็ตามการหยิบหนังสือมาอ่านเหมือนการหยิบโดสยามาใช้ให้ถูกโรค ซึ่งแต่ละโรคต้องใช้ยาที่แตกต่างกัน บางคนต้องการยาที่อ่านแล้วได้ความตื่นเต้นเร้าใจ ส่วนบางคน ต้องการยาที่อ่านแล้วมีความสุข ความเพลิดเพลิน หรือเห็นคุณค่าของการมีชีวิต อ่านแล้วมีความรู้สึกร่วม มีพลังเหมือนตัวละคร”พญ.มธุรดา กล่าว

ด้านนางชมัยภร บางคมบาง (แสงกระจ่าง) ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2557 กล่าวว่า เมื่อใจมีปัญหาต้องหาวิธีเยียวยาใจ บางคนยังไม่รู้ตัวว่าหัวใจต้องการอะไรต้องแก้ไขอย่างไร ดังนั้น ผู้ป่วยใจต้องสังเกตอาการของตัวเอง และหาวิธีรักษาด้วยการพลิกมุมมองจากข้างใน เฉกเช่นกระบวนการของการอ่านและการเขียนที่เปรียบเป็นวัคซีนใจ ส่วนหนังสือเปรียบเป็นเม็ดยา เมื่อหยิบมาอ่านก็เหมือนกับการกินยารักษา เมื่อรักษาหายแล้วยังสามารถส่งต่อวิธีรักษานี้กับผู้อื่นได้ ดังนั้นจึงอยากแนะนำให้อ่านวรรณกรรมยาใจ 10 เล่ม ที่ทางคณะกรรมการโครงการได้คัดสรรระยะที่ 1 ได้แก่ ขวัญสงฆ์,ความสุขของกะทิ,ความสุขแห่งชีวิต,ทุกข์ขณะกระจ่างชัดสัมผัสใจ, นางนวลกับมวลแมวผู้สอนให้นกบิน,เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม,ยอดมนุษย์ดาวเศร้า,เรื่องเล่าจากยอดภูเขาน้ำแข็ง ,3วันดี 4 วันเศร้า และDog Eye View มุม-มอง-หมา หนังสือเหล่านี้มีเนื้อหาที่ดีเหมาะกับการอ่านเติมพลังใจและสามารถหาซื้ออ่านได้ตามร้านหนังสือทั่วไป

นายศักดิ์ดา แซ่เอียว หรือ เซียไทยรัฐ เครือข่ายการ์ตูนสร้างสรรค์สังคมไทย กล่าวว่า คณะกรรมการโครงการอ่านยาใจ ช่วยกันหาวิธีเสริมสร้างพลังใจให้เยาวชนผ่านพ้นวิกฤตความเครียด ด้วยการคัดหนังสือการ์ตูนไทยและต่างประเทศที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์มาให้อ่านผ่อนคลาย รวมถึงการเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีความสามารถด้านการเขียน วาดรูป ถ่ายภาพ เทคนิคสื่อผสม และศิลปะทุกแขนง ร่วมสร้างสรรค์ผลงานพร้อมติดแคปชั่นให้กำลังใจเรียกรอยยิ้มสู่คนไทย ในกิจกรรม "ศิลปะยาใจ ฝ่าภัยโควิด-19"โดยผลงานที่ส่งเข้ามาจะเผยแพร่ในเพจอ่านยกกำลังสุข จึงขอเชิญชวนให้ทุกคนส่งผลงานร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทำให้สังคมยิ้มได้มากขึ้น

สำหรับผลการตัดสินการประกวดเรื่องสั้น “วันทุกข์ที่ผ่านพ้น”ประจำปี 2563 ประเภทเยาวชนรางวัลชนะเลิศได้แก่ บรรทุกที่ผ่านพ้น โดยพงศภัค พวงจันทร์ และประเภทเยาวชนทั่วไป ได้แก่ ไมยราบ โดยชาคริต แก้วทันคำ ส่วนผู้ที่สนใจโครงการประกวดเรื่องสั้นและบทกวี “ภูมิคุ้มใจในวันทุกข์” สามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หมดเขตวันที่ 31 ตุลาคม 2564 ติดตามข้อมูลทางเพจสมาคมนักเขียนและสอบถามข้อมูลที่เพจอ่านยกกำลังสุข หรือ ติดต่อแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส.

////////////////////////////////


"ข่าวประชาสัมพันธ์ ทันทุกกระแส" กับ @PRNewsThailand

เพิ่มเพื่อน
พื้นที่โฆษณา

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่โฆษณา
คำค้นแนะนำ
Link

ข่าวประชาสัมพันธ์

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์

รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บไซต์โรงแรม

เว็บเซลเพจ

เว็บเซลเพจโรงแรม

โรงแรมนครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราช

รวมโรงแรมนครศรีธรรมราช

ผู้หญิง

เว็บไซต์ผู้หญิง

โปรโมชั่น

ความงาม

แฟชั่น

สุขภาพ

ไลฟ์สไตล์

สลากกินแบ่งรัฐบาล

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวย

ตรวจหวย

ลอตเตอรี่

เรียงเบอร์

รวมข่าวประชาสัมพันธ์

วงล้อนำโชค

สุ่มเลขนำโชค

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ท้าวเวสสุวรรณ

หวยงวดนี้

เลขเด่นนำโชค

พระพิฆเนศ

นิวส์ไวร์

newswire

ไทยนิวส์ไวร์

thainewswire

จองตั๋วรถทัวร์

จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์

รีสอร์ทตราด

ตราดรีสอร์ท

โรงแรมตราด

Resort Trat

Trat Resort

ดูดวงไพ่ทาโรต์

ดูดวงไพ่ยิปซี

ดูดวงฟรี

ดูดวงออนไลน์

ดูดวงทั่วไป

ดูดวงการงาน

ดูดวงการเงิน

ดูดวงความรัก

ดูดวงสุขภาพ

ดูดวงการศึกษา

พื้นที่โฆษณา