ข่าวราชการ, รัฐวิสาหกิจ - กรมพลศึกษาจัดงานครบรอบ 88 ปี เน้นการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน, ส่งเสริมสุขภาพคนท้องถิ่น
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564 ที่อาคารกีฬานิมิบุตรสนามกีฬาแห่งชาติ ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา เป็นประธานพิธีทำบุญเจริญพระพุทธมนต์ และบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณรอบสนามกีฬาแห่งชาติ เนื่องวันคล้ายวันสถาปนากรมพลศึกษา ครบรอบ 88 ปี โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ บุคคลในวงการพลศึกษาและการกีฬา ร่วมงาน
สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วย พิธีสักการะบวงสรวงพระพลบดี พิธีสักการะบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณศาลหลวงศุภชลาศัยพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ที่อาคารกีฬานิมิบุตร และปิดท้ายด้วยการแข่งขันฟุตบอลตำนานทีมนักเรียนไทย ที่มีอดีตดาวเตะทีมนักเรียนไทยมาร่วมงาน อาทิ สุรัก ไชยกิตติ, นิพนธ์ มาลานนท์, ตอฮา นาคนาวา, ประสงค์ พันธ์สวัสดิ์, โสภิต ภาโนมัย และอดีตแข้งนักเรียนไทยที่ผ่านการเล่นในระดับสโมสรและระดับชาติอีกจำนวนมาก
ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา เปิดเผยถึงนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจของกรมพลศึกษาในโอกาสครบรอบ 88 ปี ว่า “แผนงานของกรมพลศึกษาในปีนี้ เราจะต้องปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้เข้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ในช่วงนี้ ซึ่งเราก็มีแผนการจัดการแข่งขันกีฬาแบบออนไลน์ ไปก่อนในช่วงแรก แต่ถ้าสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติเมื่อไหร่ เราก็จะจัดการแข่งขันรูปแบบปกติ โดยช่วงนี้เรากำลังทบทวนระเบียบในการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาที่เรางดจัดการแข่งขันในปีที่ผ่านมา แล้วมีแผนจะเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันจากระดับประเทศมาเป็นการแข่งขันระดับเขตทั้ง 10 เขตการศึกษา เพื่อหาตัวแทนเข้าแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติที่เรากำหนดในช่วงเดือนมกราคม 2566 รวมถึงเรายังจะจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยขึ้น เพื่อให้ทีมที่ได้สิทธิ์เป็นตัวแทนจากการคัดเขตในปีที่ผ่านมา มาร่วมแข่งขันในระดับชิงแชมป์ประเทศไทยด้วย
นอกจากนั้น เรายังมีนโยบายที่สำคัญอีกด้านหนึ่งคือ เน้นสร้างการมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมที่เราจัดขึ้น จะผลักดันให้เกิดชมรมกีฬาต่าง ๆ ทั่วประเทศ และจัดให้มีสนามพาร์ครันให้ครบทั้ง 878 อำเภอ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนคนในในทุกพื้นที่ ได้หันมาออกกำลังกายและเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี โดยมีเจ้าหน้าที่พลศึกษาประจำอำเภอและอาสาสมัครกีฬาของทุกหมู่บ้าน เป็นผู้คอยให้การส่งเสริมให้ความรู้ในการออกกำลังกายกับคนในท้องถิ่น รวมถึงนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่นโดยใช้กีฬาเป็นสื่อ ซึ่งเรามีแผนที่จะปรับแผนให้อาสาสมัครกีฬาของเรา ทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครกีฬาและการท่องเที่ยวอีกหน้าที่หนึ่ง
ทั้งนี้ เราก็ยังวางแผนที่จะทำ MOU ร่วมกับสมาคมกีฬาให้มากขึ้น เพื่อการพัฒนาผู้ฝึกสอนและผู้ตัดสิน ซึ่งเราได้มีการหารือไว้เบื้องต้นแล้วส่วนหนึ่ง ในการจัดทำหลักสูตรและพัฒนาบุคลากรทางด้านกีฬาร่วมกัน โดยเราตั้งเป้าไว้ในปี พ.ศ. 2568 ผู้ฝึกสอนทุกคนที่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทุกรายการที่กรมพลศึกษาจัดขึ้น จะต้องมีใบประกาศนียบัตรที่ได้รับรองทุกคน เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) และสหพันธ์กีฬานานาชาติ โดยเรามีแผนที่จะจัดอบรมผู้ฝึกสอนและผู้ตัดสิน ร่วมกับสมาคมกีฬาจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้ท้องถิ่นมีบุคลากรทางการกีฬาที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานตามหลักสากล
“ส่วนด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและนันทนาการ เราก็จะเน้นการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นให้มากขึ้น โดยเรามีการจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาทั้ง 9 ศูนย์ในทุกภาคทั่วประเทศ เพื่อผลักดันให้ประชาชนได้ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬามาพัฒนาการออกกำลังกาย พัฒนาสมรรถภาพทางกาย และเราก็ยังมีการให้คำแนะนำในการดูแลรักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นให้กับประชาชนชน และในด้านกิจกรรมนันทนาการ เรามีแผนที่จะส่งจะเสริมศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่นให้มากขึ้น โดยเรามีการจัดการประกวดวงดนตรีพื้นบ้านอีสานคือการประกวดโปงลางในทุกปี แต่ปีนี้ เราก็จะจัดกิจกรรมนำร่องเพิ่มอีกกิจกรรมหนึ่ง คือการประกวดศิลปะการแสดงพื้นบ้านวงมโนราห์ ซึ่งเป็นการแสดงของทางภาคใต้ ที่เราควรค่าแก่การอนุรักษ์ ถ้ากิจกรรมนี้ ได้ความนิยมและได้เสียงตอบรับที่ดี เราก็จะจัดกิจกรรมส่งเสริมศิลปะการแสดงของภาคอื่น ๆ ต่อไปให้ครบทุกภาค เพื่อช่วยสืบสานวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ต่อไป” อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวปิดท้าย
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข่าว : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
154 สนามกีฬาแห่งชาติ ถ.พระราม 1แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม.10330
โทร. 0 2214 0120 FB : กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา www.dpe.go.th
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"ข่าวประชาสัมพันธ์ ทันทุกกระแส" กับ @PRNewsThailand


