รอสักครู่...

  • น.
พื้นที่โฆษณา

ข่าวพลังงาน, สิ่งแวดล้อม

ข่าวพลังงาน, สิ่งแวดล้อม - CGTN: จีนเดินหน้าตามเป้าหมายปล่อยคาร์บอนถึงเพดานสูงสุด ก่อนบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน


ชอบข่าวนี้?
พื้นที่โฆษณา

จีนจะใช้นโยบายอย่างแข็งขันในการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายปล่อยคาร์บอนถึงเพดานสูงสุดภายในปี พ.ศ. 2573 ก่อนที่จะลดลงจนบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2603 นายไจ้ ชิง (Zhai Qing) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

จีนได้ให้คำมั่นสัญญาดังกล่าวในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติเมื่อปี 2563

"การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายที่เด่นชัดในระดับโลก และเป็นประเด็นที่ประชาคมโลกต่างให้ความสนใจ ท่านสี จิ้นผิง ได้เน้นย้ำอยู่ตลอดว่าการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นขอให้เราทำ แต่เป็นสิ่งที่เราต้องการทำเอง" นายไจ้กล่าวในงานแถลงข่าวนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 20

"ในฐานะประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก จีนจะลดการปล่อยคาร์บอนมากที่สุดในโลก และเปลี่ยนจากการปล่อยคาร์บอนถึงเพดานสูงสุดไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในเวลาอันสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างเต็มที่ถึงความรับผิดชอบของจีนในฐานะประเทศใหญ่" เขากล่าว

นายไจ้กล่าวว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว จีนจะเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยคาร์บอนต่ำในพื้นที่สำคัญ ๆ ตลอดจนผลักดันการลดมลภาวะไปพร้อมกับการลดคาร์บอน

นอกจากนี้ จีนจะพัฒนาตลาดคาร์บอนของชาติอย่างมั่นคงและเป็นระเบียบ ตลอดจนเร่งทำการวิจัย สนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ไปจนถึงส่งเสริมการผลิตคาร์บอนต่ำและวิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ความก้าวหน้าที่สำคัญในการเปลี่ยนผ่านสีเขียว

ประเทศจีนมีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

นายไจ้เปิดเผยว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จีนยังคงรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยที่ 6.6% แต่มีอัตราการเติบโตของการใช้พลังงานเฉลี่ยต่อปีเพียง 3%

ในปี 2563 ความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนของจีนลดลง 48.4% เมื่อเทียบกับปี 2548 ซึ่งเกินเป้าหมายที่เคยให้คำมั่นไว้ต่อประชาคมโลก

ในปี 2564 การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยของจีดีพี ลดลง 34.4% เมื่อเทียบกับปี 2555

ในปีเดียวกัน สัดส่วนการใช้ถ่านหินต่อพลังงานหลักลดลงเหลือ 56% จากระดับ 68.5% ในปี 2555 และระดับ 72.4% ในปี 2548 ขณะที่สัดส่วนของพลังงานที่ไม่ใช่ฟอสซิลในการใช้พลังงานทั้งหมดอยู่ที่ 16.6%

ในปี 2564 กำลังการผลิตติดตั้งของพลังงานหมุนเวียนมีมากกว่า 1 พันล้านกิโลวัตต์ โดยพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานไฮดรา และพลังงานชีวมวล ล้วนเป็นอันดับหนึ่งของโลก

นอกจากนี้ จีนยังมีทรัพยากรป่าไม้เพิ่มขึ้นมากที่สุดและมีพื้นที่ปลูกป่าใหญ่ที่สุดในโลก นับเป็นผู้นำความพยายามด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของโลก

จีนเพียงประเทศเดียวคิดเป็น 25% ของพื้นที่ใบ (Leaf Area) ที่เพิ่มขึ้นสุทธิทั่วโลก แม้ว่าจะมีพื้นที่ปลูกพืชคิดเป็นสัดส่วนเพียง 6.6% ของทั่วโลกก็ตาม จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยบอสตันด้วยการติดตามดาวเทียมของนาซ่าะหว่างปี 2543-2560 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ ซัสเทนอบิลิตี้ (Nature Sustainability) เมื่อปี 2562

นอกจากนี้ จีนได้เปิดตลาดคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดในโลกในแง่ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อส่งเสริมบทบาทของกลไกตลาดในการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างมีประสิทธิภาพ

มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการกำกับดูแลสภาพภูมิอากาศโลก

นายไจ้กล่าวว่า จีนมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการกำกับดูแลสภาพภูมิอากาศโลก

จีนสนับสนุนระบบพหุภาคีและหลักการของความรับผิดชอบร่วมกันแต่แตกต่างกันตามความสามารถ โดยจีนได้ส่งเสริมการลงนาม การบังคับใช้ และการดำเนินการตามความตกลงปารีส (Paris Agreement)

นอกจากนี้ จีนยังมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในความร่วมมือใต้-ใต้ (South-South Cooperation) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยจีนได้พยายามอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเกาะขนาดเล็ก ประเทศในแอฟริกา และประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด เพื่อยกระดับความสามารถในการตอบสนองต่อสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะนำไปสู่การลดผลกระทบเชิงลบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ขณะเดียวกัน จีนยังมีความก้าวหน้าเชิงบวกในการส่งเสริมการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative หรือ BRI) โดยจีนนำเสนอโครงการนี้ในปี 2556 เพื่อสร้างเครือข่ายการค้าและโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมเอเชียกับยุโรปและแอฟริกาตามเส้นทางสายไหมโบราณ

จีนได้จัดตั้งกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางในปี 2562 เพื่อส่งเสริมการเจรจานโยบายและการวิจัยร่วมกัน และสนับสนุนวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติปี 2573

ปัจจุบัน กลุ่มความร่วมมือดังกล่าวมีพันธมิตรมากกว่า 150 ราย จากกว่า 40 ประเทศ

นอกจากนี้ จีนยังมีความพยายามในการยกระดับนวัตกรรมและการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีสีเขียว รวมถึงบ่มเพาะผู้มีความสามารถในการจัดการสิ่งแวดล้อม

"เราได้ฝึกอบรมบุคลากรด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิชาการประมาณ 3,000 คน จากกว่า 120 ประเทศ เพื่อสร้างฉันทามติและทำงานร่วมกันในด้านการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" นายไจ้กล่าว

ในอนาคต จีนจะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการกำกับดูแลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก ตลอดจนส่งเสริมระบบกำกับดูแลสภาพภูมิอากาศโลกที่มีความเท่าเทียมและสมเหตุสมผลเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย เดินหน้ากระชับความร่วมมือใต้-ใต้ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงนำความแข็งแกร่ง ภูมิปัญญา และโซลูชันของจีนมาใช้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก นายไจ้กล่าว

https://news.cgtn.com/news/2022-10-21/China-to-continue-green-transition-toward-carbon-peak-and-neutrality-1ejn24Q034Y/index.html


"ข่าวประชาสัมพันธ์ ทันทุกกระแส" กับ @PRNewsThailand

เพิ่มเพื่อน
พื้นที่โฆษณา

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่โฆษณา
คำค้นแนะนำ
Link

ข่าวประชาสัมพันธ์

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์

รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บไซต์โรงแรม

เว็บเซลเพจ

เว็บเซลเพจโรงแรม

โรงแรมนครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราช

รวมโรงแรมนครศรีธรรมราช

ผู้หญิง

เว็บไซต์ผู้หญิง

โปรโมชั่น

ความงาม

แฟชั่น

สุขภาพ

ไลฟ์สไตล์

สลากกินแบ่งรัฐบาล

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวย

ตรวจหวย

ลอตเตอรี่

เรียงเบอร์

รวมข่าวประชาสัมพันธ์

วงล้อนำโชค

สุ่มเลขนำโชค

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ท้าวเวสสุวรรณ

หวยงวดนี้

เลขเด่นนำโชค

พระพิฆเนศ

นิวส์ไวร์

newswire

ไทยนิวส์ไวร์

thainewswire

จองตั๋วรถทัวร์

จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์

รีสอร์ทตราด

ตราดรีสอร์ท

โรงแรมตราด

Resort Trat

Trat Resort

ดูดวงไพ่ทาโรต์

ดูดวงไพ่ยิปซี

ดูดวงฟรี

ดูดวงออนไลน์

ดูดวงทั่วไป

ดูดวงการงาน

ดูดวงการเงิน

ดูดวงความรัก

ดูดวงสุขภาพ

ดูดวงการศึกษา

พื้นที่โฆษณา