รอสักครู่...

  • น.
พื้นที่โฆษณา

ข่าวพลังงาน, สิ่งแวดล้อม

ข่าวพลังงาน, สิ่งแวดล้อม - 2 ยักษ์ใหญ่ร่วมพันธกิจ ?Net Zero Emission? พัฒนาเชื้อเพลิงเครื่องบินคาร์บอนต่ำ สู่ศูนย์กลางการจำหน่ายเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ


ชอบข่าวนี้?
พื้นที่โฆษณา

ถึงเวลาแล้วที่ต้องเหยียบคันเร่งแก้ไขวิกฤตสภาพภูมิอากาศทันที เมื่อโลกส่งสัญญาณเตือนว่ากำลังเข้าขั้นวิกฤตร้ายแรง อุณหภูมิมหาสมุทรทั่วโลกสูงขึ้นและมีภาวะเป็นกรดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นผลพวงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้ประชาคมโลกได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันใน Paris Agreement และตั้งเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) และหากเป้าหมาย Net Zero ที่หลายประเทศปักธงไว้ในปี ค.ศ. 2050 ล้มเหลว เป็นไปได้ว่าเราอาจไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะแค่ปัจจุบันความร้อนที่เกิดจากก๊าซเรือนกระจกก็ทำให้โลกร้อนไปอีกหลายชั่วอายุคน

ในความเป็นจริง เป้าหมาย Net Zero จะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อมนุษย์ต้องหยุดหรือลดกิจกรรมทั้งหมดที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น นั่นเท่ากับว่าเราต้องเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ทั้งนโยบาย เทคโนโลยี และพฤติกรรม หนึ่งในแนวทางที่จะนำไปสู่ Net Zero Emission คือ การหาแนวทางร่วมกันเพื่อป้องกัน อุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มมากไปกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งปัจจุบันอุณหภูมิโลก เพิ่มขึ้นราว 1.1 องศาเซลเซียสแล้ว ดังนั้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจึงเป็นสิ่งสำคัญและต้องเริ่มทำทันที สำหรับในอุตสาหกรรมการบินที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 2% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด โดย IATA มีการคาดการณ์ว่า ในปี ค.ศ. 2050 จะมีผู้โดยสารทางอากาศมากถึง 1 หมื่นล้านคน หากไม่ให้ความสำคัญต่อการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะทำให้มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมการบินสูงรวมถึง 21.2 กิกะตันคาร์บอนฯ

ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บาฟส์ ในฐานะผู้ให้บริการน้ำมันอากาศยานรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยประสบการณ์การให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน และการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันมากว่า 40 ปี จึงปรับกลยุทธ์วางแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อเป็นธุรกิจที่เติบโตควบคู่กับความยั่งยืนของโลก มุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย Net Zero ก้าวสำคัญของ บาฟส์ คือ พันธกิจเปลี่ยนผ่านการใช้น้ำมันอากาศยานที่ผลิตจากฟอสซิลเป็นน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน นำไปสู่ความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่าง บาฟส์ ผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานรายใหญ่ของไทย กับ มิตรผล ผู้ผลิตน้ำตาลที่อยู่เคียงคู่วิถีชีวิตคนไทยมากว่า 66 ปี ครองตำแหน่งผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก และเป็นผู้ผลิตพลังงานทดแทนจากอ้อย

หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ หรือ บาฟส์
กล่าวว่า อุตสาหกรรมการบินมีสัญญาณเริ่มฟื้นตัว ซึ่งในอนาคตการเติบโตส่วนใหญ่ของอุตสาหกรรมการบินโลก จะมาจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นหลัก แต่อุตสาหกรรมการบินยังต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กำลังทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สามารถเริ่มได้เลย คือ การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ ที่สามารถผสมเข้ากับน้ำมันอากาศยาน และสามารถผลิตได้จากวัตถุดิบเดียวกันกับที่ใช้ผลิตเอทานอล และไบโอดีเซล และยังเป็นมาตรการหลักที่ทั้งองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) และสมาคมการบินระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) ให้การสนับสนุน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี ค.ศ. 2050

“ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยความเป็นผู้นำในการผลิตเอทานอลรายใหญ่ในเอเชียของกลุ่มมิตรผล และศักยภาพของวัตถุดิบเชื้อเพลิงชีวภาพในภาคการเกษตรของไทย ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการมุ่งสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงานและอุตสาหกรรมการบิน เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน ของภูมิภาคต่อไป ไม่ใช่เพียงแค่ความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการบิน และภาคการเกษตร แต่เรากำลังเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มโลกใบนี้ สู่ความยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อ ๆ ไปในอนาคต” หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์กล่าว

การผนึกกำลังครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจก
เป็นศูนย์ เนื่องจากมิตรผล เป็นผู้นำในการพัฒนาธุรกิจพลังงานทดแทนมานานกว่า 18 ปี จากการพัฒนาสู่ผู้ผลิตไฟฟ้า
ชีวมวล จึงเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม การวิจัย และเทคโนโลยี สามารถต่อยอดผลผลิตจากภาคเกษตรสู่หลากหลายธุรกิจ เช่น จากน้ำตาล สู่ธุรกิจพลังงานทดแทน (ไฟฟ้าชีวมวล พลังงานแสงอาทิตย์ เอทานอล) ธุรกิจปุ๋ย ธุรกิจวัสดุทดแทนไม้ และธุรกิจไบโอเบส ที่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมไปถึงธุรกิจไฟฟ้าที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ เพราะเป็นการผลิตไฟฟ้าชีวมวล จากชานอ้อย ใบอ้อย และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อีกทั้งการบริหารจัดการไร่อ้อย
ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นบนหลักของความยั่งยืนของกลุ่มมิตรผล ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ
ไปจนถึงเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ หรือ Bio-jet Fuel ได้

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐในเรื่องการใช้พลังงานทดแทน ต่อยอด
การพัฒนาเทคโนโลยี เพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตพลอยได้จากภาคเกษตรหมุนเวียนใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทาง
Zero Waste กลุ่มมิตรผลจึงได้พัฒนาธุรกิจเอทานอล ในชื่อ บริษัท มิตรผล ไบโอฟูเอล จำกัด เพื่อผลิตแปรรูป และพัฒนาวัตถุดิบจากอ้อยให้เป็นน้ำมันเอทานอลที่มีคุณภาพ โดยนำเอาโมลาส หรือกากน้ำตาลที่เหลือจากกระบวนการผลิตน้ำตาลของกลุ่มมิตรผลและน้ำอ้อยมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอลบริสุทธิ์ที่ความบริสุทธิ์ 99.5% ตั้งแต่ปี
ค.ศ. 2005 จนถึงปัจจุบัน กลุ่มมิตรผล มีโรงงานผลิตเอทานอลทั้งหมด 5 แห่ง มีกำลังผลิตรวมประมาณ 1.5 ล้านลิตร
ต่อวัน หรือ 500 ล้านลิตรต่อปี ถือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 1 ในอาเซียน

นายวีระเจตน์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย พลังงาน และธุรกิจใหม่ กลุ่มมิตรผล กล่าวถึงที่มาของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า ธุรกิจเอทานอลในกลุ่มมิตรผล พร้อมที่จะยกระดับการพัฒนาการผลิตเอทานอลจากอ้อยเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ สู่อุตสาหกรรมการบินขนาดใหญ่ ด้วยแผนการรับรองเอทานอลอย่างยั่งยืนตามมาตรการ CORSIA -Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation หรือแผนการลดและชดเชยการปล่อยคาร์บอนสำหรับธุรกิจการบินที่กำหนดขึ้นโดย ICAO เพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนและสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ที่นานาประเทศทั่วโลกกำหนดไว้ในปี ค.ศ.2050 รวมถึงกลุ่มมิตรผล

จึงเป็นเหตุผลที่กลุ่มมิตรผลมีความพร้อมในการร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม ที่จะพัฒนาและดำเนินธุรกิจบนความยั่งยืน เพิ่มมูลค่าให้กับระบบเศรษฐกิจ สังคม และดูแลสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน BAFSเป็นผู้ให้บริการเติมน้ำมันเครื่องบินอากาศยานแก่สายการบินอันดับหนึ่งของประเทศไทยและมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการพัฒนาและผลักดันการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ (Bio-jet Fuel) ในอุตสาหกรรมการบิน เชื่อมั่นว่าความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัทจะเป็นเครื่องมือทำให้เป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นจริงได้

“เพื่อบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศไทย Mitr Phol Bio Fuel และ BAFS จะร่วมกันทำการศึกษาความเป็นไปได้ ในด้านของเทคโนโลยี การผลิต การตลาด กฎระเบียบและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ Bio Jet เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการผลิตและใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทย สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับภาคเกษตร อุตสาหกรรมพลังงาน อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมการบินอย่างยั่งยืน ” นายวีระเจตน์ กล่าวปิดท้าย

นับเป็นก้าวสำคัญจาก 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ในการขับเคลื่อนเพื่อช่วยทำให้ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ในอุตสาหกรรมการบิน ทั้งยังเป็นการส่งเสริมความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการบิน และเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญให้เป้าหมายที่ IATA ตั้งเป้า Fly Net Zero เอาไว้ในปี ค.ศ. 2050 กลายเป็นจริง


"ข่าวประชาสัมพันธ์ ทันทุกกระแส" กับ @PRNewsThailand

เพิ่มเพื่อน
พื้นที่โฆษณา

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่โฆษณา
คำค้นแนะนำ
Link

ข่าวประชาสัมพันธ์

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์

รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บไซต์โรงแรม

เว็บเซลเพจ

เว็บเซลเพจโรงแรม

โรงแรมนครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราช

รวมโรงแรมนครศรีธรรมราช

ผู้หญิง

เว็บไซต์ผู้หญิง

โปรโมชั่น

ความงาม

แฟชั่น

สุขภาพ

ไลฟ์สไตล์

สลากกินแบ่งรัฐบาล

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวย

ตรวจหวย

ลอตเตอรี่

เรียงเบอร์

รวมข่าวประชาสัมพันธ์

วงล้อนำโชค

สุ่มเลขนำโชค

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ท้าวเวสสุวรรณ

หวยงวดนี้

เลขเด่นนำโชค

พระพิฆเนศ

นิวส์ไวร์

newswire

ไทยนิวส์ไวร์

thainewswire

จองตั๋วรถทัวร์

จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์

รีสอร์ทตราด

ตราดรีสอร์ท

โรงแรมตราด

Resort Trat

Trat Resort

ดูดวงไพ่ทาโรต์

ดูดวงไพ่ยิปซี

ดูดวงฟรี

ดูดวงออนไลน์

ดูดวงทั่วไป

ดูดวงการงาน

ดูดวงการเงิน

ดูดวงความรัก

ดูดวงสุขภาพ

ดูดวงการศึกษา

พื้นที่โฆษณา