รอสักครู่...

  • น.
พื้นที่โฆษณา

ข่าวเศรษฐกิจ, การเงิน

ข่าวเศรษฐกิจ, การเงิน - บล.หยวนต้า ออกโรงแนะ ซื้อ PIMO-ไพโม่ ให้ราคาเป้าหมาย 4.84 บ.


ชอบข่าวนี้?
พื้นที่โฆษณา

บล.หยวนต้า ออกโรงแนะซื้อหุ้น PIMO-ไพโม่ ให้ราคาเป้าหมาย 4.84 บาทต่อหุ้น หลังมี Upside gain 40% ปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 65 เพียง 19.8 เท่า ขณะที่ตลาด AC ลูกค้ารายใหญ่เติบโตต่อเนื่องแถมเตรียมลุยรถยนต์ EV ตลาดใหม่น่าจับตามอง พร้อมชูจุดเด่นรายได้และกำไรมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ All Time High ด้านหัวเรือใหญ่ “วสันต์ อิทธิโรจนกุล” คาดยอดขายไตรมาส 2/65 เติบโตต่อเนื่อง ทั้งปีคงเป้า 20% จากปี 64 ทำได้ 1,030.58 ล้านบาท

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้นของ บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO-ไพโม่ โดยนายธีร์ธนัตถ์ จินดารัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า PIMO เป็นรายเดียวในประเทศไทยและ 1 ใน 3 รายในโลก ที่มีสิทธิบัตรการผลิตและจำหน่ายมอเตอร์ BLDC สำหรับสระน้ำ โดยสิทธิบัตรมีอายุคงเหลืออีก 16 ปี ซึ่งยอดคำสั่งซื้อที่เต็มกำลังการผลิตไปจนถึงสิ้นปี 2565 มาจากลูกค้าในต่างประเทศที่เร่งผลิตมอเตอร์สำหรับสระน้ำ เนื่องจากการเปลี่ยนกฎหมายในสหรัฐฯ

ขณะที่ PIMO ยังมีกำลังการผลิตค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับผู้ผลิตในญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ซึ่งในเบื้องต้นประเมินว่าอัตราการเปลี่ยนปั๊มสระน้ำในสหรัฐฯ จะอยู่ที่ราว 0.9-1.3 ล้านตัวต่อปี อัตราการผลิตของ PIMO ปัจจุบันอยู่ที่ราว 37,000 ลูกต่อปี ทำให้ยังมีโอกาสในการเติบโตสูงจากมูลค่าตลาดในสหรัฐฯ ที่สูงถึงราว 7,500 ล้านบาท (อิงสมมุติฐานอัตราการเปลี่ยนปั๊มสระน้ำที่ 1 ล้านตัวต่อปีและราคาขายมอเตอร์ที่ 7,500 บาทต่อลูก) และยังมีโอกาสที่ออสเตรเลียและสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของ PIMO จะเปลี่ยนกฎหมายแบบเดียวกับสหรัฐฯ ซึ่งจะผลักดันให้ตลาด BLDC เติบโตสูงขึ้นไปอีก นอกจากนี้ PIMO ยังมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตมอเตอร์ BLDC เป็น 47,500 ลูก และ 63,300 ลูกต่อปีในปี 2565 และ 2566 ตามลำดับ โดยฝ่ายวิเคราะห์รวมรายได้ส่วนนี้เข้าไปในประมาณการปี 2565 และ 2566 แล้ว

ส่วนปัจจุบัน PIMO ขายมอเตอร์ AC ให้กับลูกค้ารายใหญ่หลายราย หนึ่งในนั้นคือมิตซูบิชิ ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศชั้นนำและผู้ผลิตปั๊มน้ำอันดับหนึ่งในไทย ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวหลัง COVID-19 ประกอบกับปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าปีที่ผ่านมาและราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้นทำให้เกษตรกรมั่นใจในการขยายพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น หนุนความต้องการใช้ปั๊มน้ำและเครื่องจักรการเกษตรให้สูงขึ้นรวมถึงการติดตั้งหรือเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศและปั๊มน้ำในบ้านมากขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้มอเตอร์สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าก็เป็นรายได้อีกช่องทางของ PIMO ที่น่าสนใจเช่นกัน หลังปัจจุบันบริษัทมีคู่ค้าที่จับมืออยู่ 3 ราย โดยฝ่ายวิเคราะห์ประเมินสมมุติฐานเบื้องต้น คู่ค้า 3 รายดังกล่าวจะผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้อยู่ที่ราว 60,000 คันต่อปี และราคาขายของมอเตอร์ชนิดนี้อยู่ที่ 5,000-10,000 บาทต่อลูก จะทำให้บริษัทมีรายได้จากสินค้าชนิดนี้เพิ่มขึ้นอีกราว 300-600 ล้านบาทต่อปีหรือราว 15 -30% ของยอดขายที่ฝ่ายวิเคราะห์ประมาณการในปี 2566 โดยบริษัทคาดว่าจะเริ่มมีรายได้เข้ามาช่วงไตรมาส 4/2565 ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ยังไม่ได้รวมรายได้ส่วนนี้เข้าไปในประมาณการ

นายธีร์ธนัตถ์ กล่าวต่อไปว่าสินค้าที่ PIMO ผลิตและจัดจำหน่ายแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1.มอเตอร์สำหรับเครื่องปรับอากาศ 2.มอเตอร์กำลังสำหรับภาคอุตสาหกรรม และ3.เครื่องสูบน้ำปั๊มหอยโข่งและมอเตอร์สำหรับสระและสปา โดยมีสัดส่วนการขายอยู่ที่ 33%, 7% และ 59% ตามลำดับ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการขายแบบ OEM ทั้งนี้ในไตรมาส 1/2565 มีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ 60% โดยฝ่ายวิเคราะห์ประเมินรายได้จากการขาย ณ สิ้นปี 2565 จะทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะได้รับปัจจัยบวกจากยอดคำสั่งซื้อมอเตอร์ AC ที่เต็มกำลังการผลิตไปจนถึงไตรมาส 3/2565 และมอเตอร์ BLDC ที่เต็มกำลังการผลิตไปจนถึงสิ้นปี 2565 แม้ไตรมาส 1/2565 จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นมากดดัน GPM เหลือเพียง 16.2% แต่บริษัทมีการปรับราคาขึ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 20% รวมถึงค่าเงินบาทอ่อนค่าช่วยลดผลกระทบ ทำให้ GPM ทั้งปี 2565 คาดการณ์ที่ 18% ลดลงจาก 18.9% ในปี 2564 แต่ยังทำให้กำไรปกติในปี 2565 ทำจุดสูงสุดใหม่ได้อีกที่ 139 ล้านบาท เติบโต 36% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เทียบเท่า EPS ที่ 0.17 บาทต่อหุ้น ฝ่ายวิเคราะห์ใช้ PER ปี 2565 ที่ 27.6เท่า (+0.5SD) ได้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2565 ที่ 4.84 บาท มี Upside gain 40% ปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2565 เพียง 19.8 เท่า จึงเริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ”

ด้านนายวสันต์ อิทธิโรจนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO-ไพโม่ เปิดเผยว่าในปี 2565 ยังคงเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 1,200 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% จากปี 2564 ที่ทำได้ 1,030.58 ล้านบาท โดยปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้หลักๆ มาจากจำนวนลูกค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังมียอดขายจากต่างประเทศคิดเป็น 60% และในประเทศ 40% และแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2/2565 คาดว่าจะออกมาในทิศทางที่ดี ตามคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ที่เข้ามาล่วงหน้าแล้ว 8 เดือนและยอดขายในเดือนเมษายน 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น


"ข่าวประชาสัมพันธ์ ทันทุกกระแส" กับ @PRNewsThailand

เพิ่มเพื่อน
พื้นที่โฆษณา

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่โฆษณา
คำค้นแนะนำ
Link

ข่าวประชาสัมพันธ์

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์

รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บไซต์โรงแรม

เว็บเซลเพจ

เว็บเซลเพจโรงแรม

โรงแรมนครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราช

รวมโรงแรมนครศรีธรรมราช

ผู้หญิง

เว็บไซต์ผู้หญิง

โปรโมชั่น

ความงาม

แฟชั่น

สุขภาพ

ไลฟ์สไตล์

สลากกินแบ่งรัฐบาล

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวย

ตรวจหวย

ลอตเตอรี่

เรียงเบอร์

รวมข่าวประชาสัมพันธ์

วงล้อนำโชค

สุ่มเลขนำโชค

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ท้าวเวสสุวรรณ

หวยงวดนี้

เลขเด่นนำโชค

พระพิฆเนศ

นิวส์ไวร์

newswire

ไทยนิวส์ไวร์

thainewswire

จองตั๋วรถทัวร์

จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์

รีสอร์ทตราด

ตราดรีสอร์ท

โรงแรมตราด

Resort Trat

Trat Resort

ดูดวงไพ่ทาโรต์

ดูดวงไพ่ยิปซี

ดูดวงฟรี

ดูดวงออนไลน์

ดูดวงทั่วไป

ดูดวงการงาน

ดูดวงการเงิน

ดูดวงความรัก

ดูดวงสุขภาพ

ดูดวงการศึกษา

พื้นที่โฆษณา