ข่าวธุรกิจ, สังคม - สมาร์ท ไฟน์เดอร์ เผยผลประกอบการและแผนการขยายธุรกิจในปี 2565
สมาร์ท ไฟน์เดอร์ เผยผลประกอบการและแผนการขยายธุรกิจในปี 2565
กรุงเทพมหานคร มิถุนายน 2565 สมาร์ท ไฟน์เดอร์ (Smart Finder) หนึ่งในผู้พํฒนาซอฟท์แวร์แบบครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เผยตัวเลขการเติบโตของบริษัทในไตรมาส 1 ปี 2565 ที่มีสัญญาณที่ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมความเชื่อมั่นว่าจะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อตีตลาดซอฟท์แวร์เพื่อธุรกิจการให้บริการและบันเทิงในรูปแบบต่างๆ ทั้งในประเทศไทย และ ต่างประเทศ พร้อมเปิดเผยข้อมูลบางส่วนของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่จะออกสู่ตลาดให้ได้ทดลองใช้กันในไตรมาส 4 ปี 2565 นี้
คุณโสฬส รักธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเรือใหญ่ และ ผู้ก่อตั้งบริษัท สมาร์ท ไฟน์เดอร์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่บริษัทเปิดดำเนินการมากว่า 25 ปีนั้น แม้จะเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 แต่สมาร์ท ไฟน์เดอร์ ซึ่งทางบริษัทยอมรับว่าได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน เนื่องจากสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างเพื่อวงการท่องเที่ยวและบริการโดยตรง ฐานลูกค้าหลักของบริษัท คือ กลุ่มโรงแรมทั้งขนาดเล็ก กลาง และ ใหญ่ ทั่วประเทศ จำนวนมากกว่า 1,000 โรงแรม โดยส่วนใหญ่ต้องหยุดให้บริการ หรือปรับตลาดไปมุ่งเน้นที่กลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ในฐานะของผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการโรงแรมที่เคยทำงานในแผนกบัญชีและผู้ตรวจสอบตัวเลขมามากกว่า 10 ปี ก่อนจะมาเปิดบริษัทเป็นผู้ผลิตซอฟท์แวร์นี้ จึงเข้าใจภาวะและการแบกรับค่าใช้จ่ายของทางโรงแรมต่างๆเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ทางสมาร์ท ไฟนเดอร์ จึงตัดสินใจใช้กลยุทธ์”ต่อท่อน้ำเลี้ยง” แบกรับและสู้กับปัญหาไปด้วยกันกับกลุ่มลูกค้าและพันธมิตรด้วยการลดราคา ชะลอยืดเวลาการจ่ายเงินให้กับกลุ่มลูกค้าของบริษัท เพื่อแสดงความจริงใจและเข้าใจความยากลำบากของคู่ค้า และเป็นหลักการทำงานหนึ่งที่คุณโสฬสยึดมั่น คือ ถ้าตัวเองเป็นเหมือนท่อหลัก คนรอบข้างเป็นดั่งข้อต่อที่ช่วยกันร้อยเรียงสร้างพื้นฐานไปด้วยกัน จากพื้นที่หรือโครงการเล็กๆจะกลายเป็นการปักธงที่แข็งแรงร่วมกันต่อไป ซึ่งในจุดนี้ถ้าเรามองในมุมกลับกันที่สมาร์ท ไฟน์เดอร์ เป็นดั่งข้อต่อให้กับคู่ค้าเพื่อช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างสะดวกขึ้น ในจุดนี้นับเป็นความสำเร็จในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีมากขึ้น และทำให้เชื่อใจว่า สมาร์ท ไฟน์เดอร์จะอยู่เคียงข้างคู่ค้าในยามวิกฤติของเราเสมอ
ในไตรมาสที่ 4 ปี 2564 นั้นผลประกอบการมวลรวมของบริษัทตกลงมาถึง 25% แต่ด้วยการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพของบริษัททำให้ธุรกิจสามารถดำเนินผ่านวิกฤติมาได้เป็นอย่างดี และในปี 2562 ก่อนจะมีเหตุวิกฤตนี้เกิดขึ้น บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Sea Group ภายใต้ชื่อ Garena Venture บริษัทสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย มองเห็นถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยทีมงานคนไทยของสมาร์ท ไฟน์เดอร์ ได้เข้าร่วมลงทุนร่วมกัน เพื่อผลิตซอฟต์แวร์ตัวใหม่ที่ตอบโจทย์และครอบคลุมความต้องการการใช้งานตลาดมากขึ้น โดยมี 3 ผลิตถัณฑ์หลัก คือ ระบบการจัดการอาคาร (PMS) ระบบจัดการการขาย (POS) และระบบจัดการองค์กร (BOS) รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับการบริการด้วยตัวเอง แอพพลิเคชั่นที่ใช้งานได้ทั้งฝั่งแขกผู้เข้าพัก และพนักงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและการทำงานที่ดีมากขึ้น และตู้กดบริการตัวเอง พร้อมกับการเชื่อมต่อกับระบบต่างๆอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งหมดมีแผนจะเริ่มให้บริการได้ภายในปีนี้ และมั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะใช้งานได้ง่าย เร็วขึ้น และปลอดภัยสำหรับการใช้งานมากขึ้น รูปแบบฟังชั่นการทำงานที่ละเอียด ที่สำคัญเรื่องของความปลอดภัยในฐานข้อมูล ระบบการจ่ายเงินที่รองรับได้หลากหลายรูปมากขึ้น การเชื่อมต่อออนไลน์กับคู่ค้าอื่นๆเพื่อขยายฐานการขายไปทั่วโลกและสร้างรายได้ที่มากขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยราคาจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อตอบสนองเรื่องค่าใช้จ่ายกับคู่ค้า โดยผลิตภัณฑ์ที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นจะครอบคลุมทั้งหมดไม่ว่าจะหน้าบ้านหรือหลังบ้านของระบบการจัดการในโรงแรม บัญชี ร้านอาหาร และยังสามารถใช้กับธุรกิจอื่นๆเช่น สถานบันเทิง สปา สวนสนุก สวนน้ำ หอพักขนาดใหญ่ในมหาวิทยาลัย หรือเอกชน เรียกได้ว่าเป็นการนำเสนอผลิตภัณฒ์แบบ 360 องศาเพื่อรองรับการกลับมาของธุรกิจการท่องเที่ยว บันเทิง และบริการอย่างแท้จริง โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดจะสามารถใช้ได้ทั้งบนคราวน์ และบนเซิฟเวอร์ รวมถึงมี แอฟฟลิเคชั่นบนมือถือให้พนักงานใช้ตามตำแหน่งงาน เรียกได้ว่า ยกงานบริหารมาใส่ในมือ มีทั้งความคล่องตัวและบริหารจำนวนพนักงานไปได้ด้วย จะเริ่มออกสู่ตลาดช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยนอกจากประเทศไทยแล้วยังเจาะที่กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม อินโดนีเซีย ที่มีฐานการท่องเที่ยวตีคู่มากับประเทศไทยอีกด้วย
คุณโสฬสกล่าวว่า “สำหรับแนวทางการดำเนินงานในปีนี้ของสมาร์ท ไฟน์เดอร์นั้น ทางเรามีความมุ่งมั่นที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อเน้นการใช้งานที่สะดวกและรวดเร็ว เพราะทีมงานส่วนใหญ่จะมีอายุงาน 15-25 ปี จึงทำให้มีเชื่อมั่นได้ถึงศักยภาพจากประสบการณ์และความเข้าใจระบบการทำงานของโรงแรมเป็นอย่างดี ฉะนั้นเราจึงรู้ว่า จุดไหนที่จะทำให้พนักงานหน้าบ้านและหลังบ้านทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น และจะส่งผลให้แขกที่เข้าพักในโรงแรม หรือ ใช้บริการที่คู่ค้าของเรา ได้รับประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมเสมอ”
“นอกจากนี้แผนการขยายธุรกิจของเราที่ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตามแผนการทำงานที่วางไว้แบบ 5 ปี โดยเร็วนี้ๆจะเปิดออฟฟิศในประเทศสิงคโปร์ภายใต้ชื่อ SORASO เพื่อรองรับกลุ่มตลาดต่างประเทศ ผมเชื่อว่าการที่คนไทยเข้าใจเข้าถึง งานบริการได้ลึกซึ้งจนเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก เป็นศาสตร์และประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ที่นำมาพัฒนาระบบงานบริการตัวใหม่ที่ชื่อ SORASO พร้อมกับการเพิ่มทีมงานที่มีประสบการณ์ทั้งในไทย และจากประเทศเข้ามาช่วยบริหารและแชร์ประสบการณ์ เพราะฉะนั้นทางสมาร์ท ไฟน์เดอร์ขอเป็นหนึ่งในตัวแทนที่จะพาประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดระดับโลกในฐานะหนึ่งในผู้นำสินค้าด้านซอฟต์แวร์บริการ” คุณโสฬสกล่าวเพิ่มเติม
สมาร์ท ไฟน์เดอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2540 และเติบโตอย่างมั่นคงจนกลายเป็นหนี่งในผู้นำด้านซอฟต์แวร์ระบบการจัดการโรงแรม ร้านอาหารและท่องเที่ยวในประเทศไทย ด้วยจำนวนคู่ค้าทางธุรกิจมากกว่า 1,000 ในประเทศไทย เคยได้รับรางวัลซอฟท์แวร์ดีเด่นด้านโรงแรมจาก ICT Awards ในปี 2558 จากผลิตภัณฑ์ M-Serie ซึ่งเป็นระบบการจัดการโรงแรมแบบ UI Touch Screen ที่มาพร้อมกับ mobile application ซึ่งเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นการการันตีว่า สมาร์ท ไฟน์เดอร์ไม่เคยหยุดคิดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการบริการที่ดี ให้กับตลาดเสมอ และภายในปีนี้กับความท้าทายครั้งใหม่ในการบุกตลาดเวทีระดับโลกด้วยการเตรียมเปิดตัวบริษัทน้องใหม่ที่เตรียมตัวจดทะเบียนในสิงคโปร์อย่าง SORASO
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สมาร์ท ไฟน์เดอร์ ที่ www.smartfinder.asia
สื่อมวลชนติดต่อ
ศิริพร ตราชู
ฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์
เบอร์ 0926245075
อีเมล์ pan@smartfinder.asia
"ข่าวประชาสัมพันธ์ ทันทุกกระแส" กับ @PRNewsThailand


