ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - จากการประชุมนานาชาติของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ (AAIC) ประจำปี 2569
![]() |
อดีตนักฟุตบอลอาชีพระดับแนวหน้าแสดงให้เห็น
หลักฐานการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพสมองตั้งแต่วัยกลางคน
ประเด็นที่สำคัญ
- งานวิจัยฉบับใหม่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพสมองของอดีตนักฟุตบอลอาชีพระดับแนวหน้าในช่วงวัยกลางคน
- อดีตนักฟุตบอลรายงานว่ามีภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และปัญหาด้านการคิดและการตัดสินใจที่ตนเองรับรู้ได้อยู่ในระดับสูง
- นักวิจัยตรวจพบความแตกต่างของโครงสร้างสมองบางประการ ซึ่งควรได้รับการศึกษาต่อเพิ่มเติม โดยผลการศึกษานี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการติดตามสุขภาพในระยะยาว รวมถึงการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบจากการได้รับแรงกระแทกที่ศีรษะซ้ำ ๆ จากการเล่นกีฬา
- งานวิจัยอื่น ๆ ที่นำเสนอในการประชุม AAIC 2026 ยังพบความเชื่อมโยงระหว่างการโหม่งบอลบ่อยครั้งและการเล่นฟุตบอลเป็นระยะเวลานาน กับตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของการบาดเจ็บต่อเซลล์ประสาท การสะสมของโปรตีนเทา (tau) และความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมจากการบาดเจ็บเรื้อรัง (Chronic Traumatic Encephalopathy: CTE)
ลอนดอน, 13 กรกฎาคม 2569 /PRNewswire/ -- งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ศึกษากลุ่มอดีตนักฟุตบอลอาชีพระดับแนวหน้าได้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับสุขภาพสมอง รวมถึงอาการทางระบบประสาทที่ผู้เล่นรายงานด้วยตนเอง เมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลที่ไม่มีประวัติได้รับแรงกระแทกที่ศีรษะซ้ำ ๆ โดยผลการศึกษาดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการศึกษาครั้งแรกและมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในอดีตนักฟุตบอลอาชีพที่เกษียณจากการแข่งขันแล้ว ได้รับการนำเสนอในวันนี้ในการประชุมนานาชาติของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Association International Conference® หรือ AAIC®) ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นในกรุงลอนดอนและผ่านระบบออนไลน์
ทั้งนี้ อดีตนักฟุตบอลเหล่านี้รายงานว่ามีระดับอาการซึมเศร้าและความวิตกกังวลสูงกว่า รวมถึงมีปัญหาด้านการคิดและทักษะการตัดสินใจตามการรับรู้ของตนเอง ขณะที่ผลการสแกนสมองด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอ (MRI) พบความแตกต่างของโครงสร้างสมองระหว่างอดีตนักฟุตบอลบางรายกับกลุ่มเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นบุคคลสุขภาพดีที่ไม่มีประวัติเล่นกีฬาที่มีการปะทะหรือได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ผลการศึกษาดังกล่าวช่วยเสริมหลักฐานทางวิชาการที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับประเด็นนี้ รวมถึงสอดคล้องกับงานวิจัยอื่น ๆ ที่มีการนำเสนอในการประชุม AAIC 2026 ซึ่งมุ่งศึกษาว่าการเล่นฟุตบอลอาจส่งผลต่อสุขภาพสมองในระยะยาวอย่างไร
"ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า อดีตนักฟุตบอลระดับอาชีพชั้นนำอาจมีความผิดปกติของสุขภาพสมองที่สามารถตรวจวัดได้ตั้งแต่วัยกลางคน แม้จะยังไม่ถึงช่วงที่โรคสมองเสื่อมจากความเสื่อมของระบบประสาทมักเริ่มแสดงอาการทางคลินิกก็ตาม" Caleigh Grace Lynch, M.Sc. ผู้เขียนหลักของการศึกษา และนักเทคนิคการวิจัยประจำ Imperial College London และ UK Dementia Research Institute Centre for Care Research & Technology กล่าว "แม้ว่าเราจะไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในผลการทดสอบสมรรถนะด้านการรู้คิดเชิงวัตถุวิสัยระหว่างทั้งสองกลุ่ม แต่เราพบความแตกต่างที่สำคัญทั้งในด้านอาการและโครงสร้างของสมอง"
"งานวิจัยในลักษณะนี้ช่วยให้เราเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพสมองตลอดช่วงชีวิตได้ดียิ่งขึ้น และยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันการบาดเจ็บและการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง" Maria C. Carrillo, Ph.D., ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ และหัวหน้าฝ่ายกิจการทางการแพทย์ของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Association) กล่าว "ผลการศึกษาเหล่านี้จะช่วยให้นักกีฬา แพทย์ และองค์กรด้านกีฬาต่าง ๆ มีความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงของกีฬาที่มีการปะทะได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งเข้าใจวิธีการเล่นและเข้าร่วมเล่นกีฬาอย่างปลอดภัย"
การศึกษาครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมเป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพจำนวน 142 คน ที่มีอายุระหว่าง 30-60 ปี ประกอบด้วยผู้ชาย 126 คน ที่เคยมีสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพแบบเต็มเวลาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี และผู้หญิง 16 คน ที่เคยแข่งขันในฟุตบอลอาชีพหญิง 2 ลีกสูงสุดของสหราชอาณาจักร ผู้เข้าร่วมทั้งหมดถูกนำมาเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมซึ่งประกอบด้วยบุคคลสุขภาพดีจำนวน 56 คน (เป็นผู้ชาย 43 คน) ที่มีอายุอยู่ในช่วงเดียวกัน และไม่เคยเล่นกีฬาที่มีการปะทะ ไม่เคยรับราชการทหาร และไม่มีประวัติได้รับแรงกระแทกที่ศีรษะซ้ำ ๆ ภาวะสมองกระทบกระเทือน หรือมีโรคความผิดปกติทางระบบประสาทอื่น ๆ
การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นจากชุดข้อมูลดังกล่าวพบว่า อดีตนักฟุตบอลอาชีพระดับแนวหน้ารายงานว่ามีอาการซึมเศร้าและความวิตกกังวลในระดับที่สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังประเมินว่าตนเองมีความสามารถในการวางแผน จดจ่อสมาธิ การแก้ไขปัญหา และการจัดการกิจวัตรประจำวันที่ด้อยลงเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม โดยอดีตนักฟุตบอลเกือบหนึ่งในสาม (31%) มีคะแนนอยู่ในช่วงที่บ่งชี้ว่ามีอาการซึมเศร้าในระดับที่มีนัยสำคัญทางคลินิก เทียบกับ 9% ในกลุ่มควบคุม ขณะที่ 42% มีคะแนนอยู่ในช่วงที่บ่งชี้ว่ามีอาการวิตกกังวลในระดับที่มีนัยสำคัญทางคลินิก เทียบกับ 25% ในกลุ่มควบคุม
ผลการตรวจภาพสมองของอดีตนักฟุตบอลจำนวน 124 คน เผยว่า พวกเขามีปริมาตรของเนื้อสมองสีเทาในหลายบริเวณของสมองต่ำกว่าในกลุ่มควบคุม ได้แก่ บริเวณสมองส่วนหน้า สมองส่วนซิงกูเลต และทาลามัส ซึ่งเป็นบริเวณที่มีบทบาทสำคัญต่อความจำ การจดจ่อ การตัดสินใจ และการควบคุมอารมณ์ เมื่อพิจารณาในระดับกลุ่ม นักวิจัยพบหลักฐานว่ากลุ่มอดีตนักฟุตบอลมีปริมาตรสมองลดลงเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้ นักวิจัยรายงานว่า จากการประเมินภาพสแกนสมองโดยรังสีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทรังสีพบว่า ภาพสแกนสมองส่วนน้อยประมาณ 2% แสดงภาวะสมองฝ่อที่มีนัยสำคัญทางคลินิก ซึ่งมีลักษณะบ่งชี้ถึงภาวะความเสื่อมของระบบประสาท อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจผลการค้นพบดังกล่าวอย่างครบถ้วน
นักวิจัยระบุว่า การพบทั้งอาการที่รุนแรงขึ้นและรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของปริมาตรสมองดังกล่าว อาจสะท้อนถึงภาวะความเสื่อมของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บ แต่ยังจำเป็นต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานนี้ให้ชัดเจน โดยในอนาคตมีแผนศึกษาประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติมด้วยการขยายชุดข้อมูล การผสานตัวบ่งชี้ทางชีวภาพอื่น ๆ เช่น การตรวจภาพสมองด้วยเทคนิคการถ่ายภาพการแพร่ของโมเลกุลน้ำขั้นสูง (advanced diffusion imaging) และการตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของภาวะความเสื่อมของระบบประสาทจากเลือด รวมถึงการติดตามผู้เข้าร่วมการศึกษาในระยะยาว
"เราหวังว่า การติดตามผู้เข้าร่วมการศึกษาอย่างต่อเนื่องในระยะยาวจะช่วยให้เราเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นว่า การได้รับแรงกระแทกที่ศีรษะซ้ำ ๆ อาจส่งผลต่อสุขภาพสมองในระยะยาวและการเกิดโรคความเสื่อมของระบบประสาทอย่างไร และยังช่วยสนับสนุนการกำหนดแนวทางที่จะทำให้การเล่นกีฬามีความปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับคนรุ่นต่อไป" Thomas D. Parker, B.M., B.M.Ch., M.R.C.P., Ph.D., ผู้เขียนอาวุโสของการศึกษา อาจารย์ด้านคลินิก และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาประจำ Imperial College London และ UK Dementia Research Institute Centre for Care Research & Technology กล่าว
การศึกษาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย Advanced BRAIN Health Clinic Research Programme ภายใต้สถาบัน Institute of Sport, Exercise & Health โดยเป็นโครงการบูรณาการด้านการดูแลรักษาทางคลินิกและการวิจัย ที่มุ่งศึกษาผลกระทบในระยะยาวของการได้รับแรงกระแทกที่ศีรษะซ้ำ ๆ ในอดีตนักฟุตบอลและนักรักบี้ระดับแนวหน้าที่เกษียณจากการแข่งขันแล้ว
สมาคมโรคอัลไซเมอร์ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสมองและการลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของสมอง โดยหนึ่งใน 10 พฤติกรรมดีต่อสมอง (10 Healthy Habits for Your Brain) คือ "ปกป้องศีรษะของคุณ เพื่อช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะ สวมหมวกนิรภัยเมื่อทำกิจกรรม เช่น การขี่จักรยาน และคาดเข็มขัดนิรภัย ปกป้องตนเองขณะเล่นกีฬา และทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันการหกล้ม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ"
ในฐานะศูนย์ความเป็นเลิศด้านสาธารณสุขเพื่อการลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม (Public Health Center of Excellence on Dementia Risk Reduction) ที่ได้รับการแต่งตั้งจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Centers for Disease Control and Prevention: CDC) สมาคมโรคอัลไซเมอร์มุ่งมั่นผลักดันให้การดูแลสุขภาพสมองเป็นองค์ประกอบสำคัญของงานด้านสาธารณสุข ทั้งนี้ สมาคมฯ เป็นผู้นำในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพสมองผ่านโครงการริเริ่มต่าง ๆ ที่ครอบคลุมการดำเนินงานด้านสาธารณสุขในทุกมิติ รวมถึงสถาบัน Brain Health Advancement Institute ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้ โดยเป็นศูนย์กลางสำหรับนักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข และผู้กำหนดนโยบาย ในการร่วมกันผลักดันความพยายามเพื่อลดความเสี่ยงของภาวะการรู้คิดเสื่อมถอยและโรคสมองเสื่อมในทุกชุมชน
งานวิจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ซึ่งนำเสนอในการประชุม AAIC 2026 ได้แก่:
- ความสัมพันธ์ระหว่างการโหม่งลูกฟุตบอลในการเล่นฟุตบอลสมัครเล่นในชีวิตจริงกับการเพิ่มขึ้นแบบเฉียบพลันของระดับ p-tau217 และ S100B ในเลือด ผลงานหมายเลข #13279 (การนำเสนอแบบโปสเตอร์ วันพุธที่ 15 กรกฎาคม) Marloes Ilse Hoppen นักศึกษาปริญญาเอก (Ph.D.) จาก Emma Children's Hospital และ Alzheimer Center of Amsterdam University Medical Center, อีเมล: m.i.hoppen@amsterdamumc.nl
- พยาธิสภาพระยะเริ่มต้นของโปรตีนเทา (tau) และอะไมลอยด์ (amyloid) ภายหลังการได้รับแรงกระแทกที่ศีรษะซ้ำ ๆ ในอดีตนักกีฬาระดับมหาวิทยาลัย: ผลการศึกษาจาก Care Consortium ผลงานหมายเลข #13523 (การนำเสนอแบบโปสเตอร์ วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม) Yomna Takieldeen, MBBCH, Indiana University อีเมล: yotaki@iu.edu
- ระยะเวลาการเล่นฟุตบอลกับภาวะสมองเสื่อมจากการบาดเจ็บเรื้อรัง (Chronic Traumatic Encephalopathy: CTE) ผลงานหมายเลข #9837 (การนำเสนอแบบโปสเตอร์ วันพุธที่ 15 กรกฎาคม) Bobak Abdolmohammadi, B.A., Boston University อีเมล: babdolmo@bu.edu
เกี่ยวกับการประชุมนานาชาติของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ (AAIC)
การประชุมนานาชาติของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ หรือ AAIC เป็นการประชุมเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งรวบรวมนักวิจัยจากทั่วโลกที่มุ่งศึกษาโรคอัลไซเมอร์และโรคอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุของภาวะสมองเสื่อม ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Association) การประชุม AAIC ทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญในการผลักดันการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับโรคสมองเสื่อม และส่งเสริมความร่วมมือของเครือข่ายนักวิจัยที่เข้มแข็ง เปิดกว้างต่อการแลกเปลี่ยนความรู้ และส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ
- AAIC 2026: alz.org/aaic
- ห้องข่าวของ AAIC 2026: alz.org/aaic/pressroom.asp
- แฮชแท็กของ AAIC 2026: #AAIC26
เกี่ยวกับสมาคมโรคอัลไซเมอร์
สมาคมโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Association) เป็นองค์กรอาสาสมัครด้านสุขภาพระดับโลกที่อุทิศตนเพื่อการดูแล สนับสนุน และวิจัยโรคอัลไซเมอร์ เรามีพันธกิจเพื่อเป็นผู้นำในการยุติโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมอื่น ๆ ผ่านการเร่งการวิจัยระดับโลก การผลักดันการลดปัจจัยเสี่ยงและการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงการยกระดับคุณภาพการดูแลและการสนับสนุนผู้ป่วยให้ดีที่สุด วิสัยทัศน์ของเราคือโลกที่ปราศจากโรคอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อมทุกชนิด (A world without Alzheimer's and all other dementia®) โปรดเยี่ยมชม alz.org หรือโทร +1 800.272.3900


ภาษาไทย
English
