ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - GIGABYTE EVENT เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเต็มรูปแบบในธีม "ENTER INFINITY" ที่งาน COMPUTEX 2026
ไทเป, 1 มิถุนายน 2569 /PRNewswire/ -- ในวันนี้ GIGABYTE แบรนด์คอมพิวเตอร์ชั้นนำระดับโลก เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมาของแบรนด์ ภายใต้ธีม "ENTER INFINITY" นอกจากนี้ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของบริษัท GIGABYTE ยังได้เปิดตัวซีรีส์ INFINITY ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมตลอดสี่ทศวรรษยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านแพลตฟอร์มการประมวลผล AI ภายในเครื่อง แล็ปท็อปเกมมิ่ง AI จอมอนิเตอร์ ฮาร์ดแวร์เกมมิ่ง และระบบนิเวศที่ผสานการทำงานอย่างครบวงจรสำหรับยุค AI
GIGABYTE EVENT เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเต็มรูปแบบในธีม "ENTER INFINITY" ที่งาน COMPUTEX 2026
ซีรีส์ INFINITY: กำหนดนิยามใหม่ของการเล่นเกมและการประมวลผล AI
หัวใจสำคัญของการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ คือซีรีส์ INFINITY ซึ่งได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อผลักดันขีดจำกัดด้านประสิทธิภาพของการเล่นเกมและการประมวลผล AI ให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น ในส่วนของเมนบอร์ด รุ่น X870 AORUS INFINITY ได้ยกระดับประสิทธิภาพของหน่วยความจำ DDR5 ใหม่ ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 11,400 MT/s พร้อมการปรับแต่งค่า CL24 แบบค่าหน่วงต่ำ ที่ช่วยเพิ่มการตอบสนองได้เร็วขึ้นสูงสุดถึง 20% อีกทั้งยังจับคู่กับเทคโนโลยี X3D Turbo Mode 2.0 ซึ่งสามารถปลดปล่อยศักยภาพของโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen™ 9 9950X3D อย่างเต็มที่และชาญฉลาด ขณะที่ X870E AORUS INFINITY NEXT มาพร้อมชิ้นส่วนระบายความร้อนแบบพิมพ์โลหะ 3 มิติ ที่เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม รวมถึงระบบจ่ายไฟตามมาตรฐานการใช้งานในอวกาศ Quad OptiMOS ที่มอบประสิทธิภาพด้านการระบายความร้อนที่ดียิ่งขึ้น และให้เสถียรภาพในการทำงานอย่างต่อเนื่องสำหรับงาน AI และเวิร์กโหลดประสิทธิภาพสูง
ซีรีส์ INFINITY ยังครอบคลุมชุดพีซีทั้งระบบ โดยมี AORUS GeForce RTX™ 5090 INFINITY ระดับรางวัล Red Dot Design Award และมาพร้อมระบบระบายความร้อนสุดพิเศษอย่าง WINDFORCE Hyperburst นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวกราฟิกการ์ด GeForce RTX™ 5080, RTX™ 5070 Ti และ RTX™ 5070 INFINITY ที่มาพร้อมดีไซน์ STEALTH ซึ่งย้ายตำแหน่งพอร์ตเชื่อมต่อซ่อนไว้ด้านหลัง เพื่อให้การประกอบเครื่องดูสะอาดตายิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศภายในเคส
นอกจากนี้ ยังมีคีย์บอร์ด AORUS K10 INFINITY ที่เข้ามาเสริมความสมบูรณ์ให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยมาพร้อมสวิตช์แม่เหล็กที่ตอบสนองรวดเร็ว และเมาส์ AORUS M10 INFINITY ที่ใช้สวิตช์ออปติคัล โดยทั้งสองรุ่นมีให้เลือกทั้งสีดำและสีขาว ส่วน K10 INFINITY มาพร้อมสเปกระดับสูงสุดสำหรับเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ ไม่ว่าจะเป็นความแม่นยำในการกดระดับ 0.1 มม. และอัตรา Polling Rate สูงถึง 8000 Hz นอกจากนี้ หน้าจอสัมผัส OLED สีเต็มรูปแบบขนาด 3.1 นิ้ว ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการตั้งค่าภายในเกมได้ทันที ด้าน M10 INFINITY ใช้สวิตช์ออปติคัล พร้อมการเคลือบผิวแบบ Excimer ที่อ่อนโยนต่อผิวสัมผัส และฐานวัสดุอะลูมิเนียม-แมกนีเซียมอัลลอย ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงโดยเฉพาะ ปิดท้ายซีรีส์ด้วยเคส AORUS C510 GLASS INFINITY ที่ผสานทั้งประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และประสบการณ์แบบอินเทอร์แอกทีฟ ด้วยหน้าจอด้านข้างในตัวขนาด 16 นิ้ว ช่วยมอบประสบการณ์การใช้งานและจัดแต่งระบบแบบอิมเมอร์ซีฟและยืดหยุ่นยิ่งกว่าเดิม
ประสิทธิภาพและความสวยงามสำหรับทุกการประกอบพีซี
นอกเหนือจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ INFINITY แล้ว ซีรีส์ Z890 Plus ยังยกระดับขีดความสามารถของหน่วยความจำ DDR5 ขึ้นใหม่ด้วยการใช้เทคโนโลยี CQDIMM ที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแม้ใช้งานที่ความจุ 256GB ในการติดตั้งแบบ Dual-DIMM ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีปรับแต่ง BIOS อย่าง D5 DUO X ยังสามารถจัดการค่าหน่วงเวลา การซิงโครไนซ์สัญญาณ และพฤติกรรมแรงดันไฟได้อย่างชาญฉลาด โดยไม่ต้องแลกประสิทธิภาพด้านความจุกับความเร็ว ในด้านการออกแบบ AERO WOOD ได้ขยายจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เมนบอร์ดสู่กราฟิกการ์ด ด้วยการเปิดตัว AORUS GeForce RTX™ 5080 INFINITY WOOD ที่ช่วยให้ชุดประกอบประสิทธิภาพสูงมีความสวยงามและมีสไตล์ยิ่งขึ้น ขณะที่แนวคิดการออกแบบ Project STEALTH ก็ได้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยเมนบอร์ดเกมมิ่ง B850 mATX ที่ซ่อนพอร์ตเชื่อมต่อไว้ด้านหลัง (reverse-connector) เป็นรุ่นแรกของโลก ทำให้สามารถประกอบพีซีแบบซ่อนสายภายในเครื่องที่ดูสะอาดตาขึ้น และรองรับเคสได้กว่า 50 รุ่นจากผู้ผลิตมากกว่า 20 ราย ปิดท้ายชุดประกอบพีซีด้วยชุดระบายความร้อน AORUS ELITE 360 AIO รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมระบบระบายความร้อนแบบครบวงจร การแสดงผลสถานะระบบแบบเรียลไทม์ และระบบไฟ Dynamic Lighting ที่ผสานในตัวอย่างครบครัน
ขยายขีดความสามารถอัจฉริยะสู่ระบบนิเวศ AI
นอกเหนือจากการประกอบพีซีแล้ว AORUS RTX 5090 AI BOX และ AORUS RTX 5060 Ti AI BOX ซึ่งได้รับรางวัล Red Dot Award และ COMPUTEX Best Choice Award ยังช่วยเปลี่ยนโฉมแล็ปท็อปให้กลายเป็นระบบระดับเดสก์ท็อปสำหรับการเล่นเกมและเวิร์กโหลดด้าน AI พร้อมทำหน้าที่เป็นช่องทางสู่การติดตั้งใช้งาน Edge AI และจากการต่อยอดจากพื้นฐานดังกล่าว AI TOP 100 B850 รุ่นใหม่ คือซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ที่ประมวลผลภายในเครื่อง ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับนักพัฒนา นักวิจัย และทีมงานที่ทำงานในยุคของ AI Agent ระบบดังกล่าวรองรับโมเดล AI ที่มีพารามิเตอร์เกิน 200B และผ่านการตรวจสอบความเข้ากันได้ล่วงหน้ากับเฟรมเวิร์กมากกว่า 100 รายการ แพลตฟอร์มนี้ได้รับการออกแบบสำหรับเวิร์กโหลด AI ที่ทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน โดยใช้กราฟิกการ์ด GeForce RTX™ 5090 หรือ Radeon AI PRO R9700 ที่ขับเคลื่อนด้วยพาวเวอร์ซัพพลาย PSU รุ่น UD1600PM PG5 AI TOP ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการประมวลผล AI อย่างต่อเนื่อง
เมื่อสมรรถนะมาบรรจบกับประสบการณ์ใช้งาน
จอมอนิเตอร์เกมมิ่งซีรีส์ AORUS ELITE ผสานเทคโนโลยี Tandem OLED เจเนอเรชันที่ 4 และ 5K Mini LED เข้าด้วยกัน โดยครอบคลุมทั้งรุ่น QHD และ UHD ขนาด 27 นิ้วและ 32 นิ้ว รวมถึงรุ่น FO32U24GP และ FO27Q54G กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ให้อัตรารีเฟรชสูงสุดถึง 540Hz ขณะที่รุ่น 4K บางรุ่นรองรับโหมดการแสดงผลแบบคู่เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน นอกจากนี้ ยังมีจอมอนิเตอร์เกมมิ่ง Mini LED แบบ Multi Mode ความละเอียด 5K ขนาด 27 นิ้วรุ่นแรกของโลก คือ FM275K16P ซึ่งมอบรายละเอียดระดับ Retina และ HDR ที่ทรงพลังเพื่อเพิ่มมิติของฉากภาพให้โดดเด่นยิ่งขึ้น โดยซีรีส์นี้ได้รับการออกแบบมาทั้งเพื่อภาพที่ดื่มด่ำสมจริงและการแข่งขันเกมระดับสูง และผสาน AI Picture Mode, ฟีเจอร์ Tactical รุ่นใหม่มากมาย เช่น Tactical HUD และ Tactical Crosshair เพื่อมอบความได้เปรียบในการแข่งขันที่เฉียบคมยิ่งขึ้นโดยไม่รบกวนสมาธิ พร้อมกันนี้ AI OLED CARE PRO รุ่นอัปเกรดได้ผสานระบบตรวจจับอัจฉริยะแบบบิวต์อิน ระบบดูแลพิกเซลอัตโนมัติยุคถัดไป และเทคโนโลยีท่อฮีตไปป์ประสิทธิภาพสูง เพื่อช่วยรักษาความเสถียรและความทนทานของพาเนลจอในระยะยาว
GIGABYTE ได้ยังผลักดันแล็ปท็อปเกมมิ่ง AI ไปอีกขั้น ด้วยประสบการณ์ AI ที่ประมวลผลได้บนตัวเครื่องซึ่งเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ภายใต้ดีไซน์ที่บางลงและยืดหยุ่นต่อการใช้งานยิ่งกว่าเดิม กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ครอบคลุมตั้งแต่รุ่นเรือธงอย่าง AORUS MASTER 16, เครื่องพีซีเกมมิ่ง AI รุ่น AERO X16; Copilot+ PC ไปจนถึง GIGABYTE GAMING A16 เวอร์ชันเต็มสมรรถนะแบบพกพา โดยทั้งหมดได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับทั้งการเล่นเกม งานสร้างสรรค์ และเวิร์กโฟลว์ AI แบบประมวลผลภายในเครื่อง ผ่าน GiMATE ผู้ช่วย AI อัจฉริยะของ GIGABYTE ที่ผสานระบบปรับแต่งประสิทธิภาพแบบอัจฉริยะเข้ากับการปรับแต่ง RGB Fusion 3.0 เพื่อมอบความสมจริงเต็มอารมณ์แบบอิมเมอร์ซีฟ ทั้งนี้ ภายใต้ความร่วมมือกับ NVIDIA นั้น GiMATE Creator ยังได้ผสานเทคโนโลยีลดขนาดข้อมูล (quantization) แบบ NVFP4 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างภาพด้วย AI แบบประมวลผลภายในเครื่อง ส่งผลให้ FLUX.2-klein สามารถทำงานได้เร็วขึ้นสูงสุดถึง 180% เมื่อเทียบกับที่ผ่านมา
"ในโอกาสที่ GIGABYTE ก้าวสู่ปีที่ 40 ในวันนี้ เรากำลังก้าวไปไกลยิ่งกว่าเดิม ภายใต้แนวคิดเรียบง่ายอย่าง INFINITY เพื่อก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ปลดล็อกศักยภาพใหม่ ๆ และนิยามความเป็นไปได้ขึ้นใหม่ในทุกผลิตภัณฑ์ที่เราพัฒนาขึ้น" Eddie Lin ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GIGABYTE Group กล่าว สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ GIGABYTE ที่จัดแสดงในงาน COMPUTEX 2026 ได้ที่ GIGABYTE EVENT│ENTER INFINITY


ภาษาไทย
English
