ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - Huawei ได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้นำใน Gartner® Magic Quadrant™ ประจำปี 2569 สำหรับโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย LAN แบบใช้สายและไร้สายระดับองค์กร เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
เซินเจิ้น จีน 28 พฤษภาคม 2569 /PRNewswire/ -- เมื่อเร็วๆ นี้ Huawei ประกาศว่าบริษัทได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้นำใน Gartner® Magic Quadrant™ ประจำปี 2569 สำหรับโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย LAN แบบใช้สายและไร้สายระดับองค์กรเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่ง Huawei ยังคงเป็นผู้จำหน่ายเพียงรายเดียวจากนอกทวีปอเมริกาเหนือที่ได้รับการจัดอยู่ในกลุ่มผู้นำ การยกย่องครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อได้เปรียบชั้นนำของโซลูชัน Xinghe AI Campus ของ Huawei ทั้งในด้านการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI นวัตกรรมด้านความปลอดภัย และความก้าวหน้าในด้านอื่นๆ อีกทั้งยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Huawei ในการให้ความสำคัญกับความต้องการหลักของลูกค้า การสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และการสร้างแคมปัสที่ปลอดภัยและชาญฉลาดสำหรับภาคอุตสาหกรรม

Huawei Named a Leader in the 2026 Gartner® Magic Quadrant™ for Enterprise Wired and Wireless LAN Infrastructure for the Fourth Year in a Row
ทั้งนี้ Huawei ยังได้ยกระดับโซลูชัน Xinghe AI Campus ด้วย 3 ขีดความสามารถหลักเพื่อตอบรับกระแส AI ระดับโลก ได้แก่ เครือข่ายไร้สายความเร็วสูงพิเศษ ความปลอดภัยที่ครอบคลุมทุกมิติ และเครือข่ายอัตโนมัติ ซึ่งความก้าวหน้าเหล่านี้จะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐ การเงิน การศึกษา สาธารณสุข และภาคส่วนอื่นๆ สามารถก้าวเข้าสู่ยุค AI และผลักดันการเติบโตในอนาคตได้
เครือข่ายไร้สายความเร็วสูงพิเศษ: AirEngine Wi-Fi 7 Advanced AP รุ่นแรกของ Huawei ได้ผสานรวมนวัตกรรมที่คาดว่าจะนำมาใช้ใน Wi-Fi 8 เพื่อเพิ่มความเร็วและความน่าเชื่อถือให้สูงขึ้นไปอีกขั้น โดยผลิตภัณฑ์ที่ก้าวล้ำนี้ทำให้การเชื่อมต่อไร้สายกลายเป็นพื้นฐานระดับการผลิตสำหรับบริการ AI โดยเฉพาะเทคโนโลยี Intelligent Coordinated Scheduling and Spatial Reuse (iCSSR) ซึ่งเป็นการประสานงานแบบหลายจุดเชื่อมต่อ (multi-AP) เพื่อช่วยลดสัญญาณรบกวนข้ามช่องอย่างมาก พร้อมเพิ่มความเร็วให้กับผู้ใช้รายเดียวเป็นสองเท่าในสถานการณ์เครือข่ายต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยี Smart Beamforming (SmartBF) ยังช่วยแก้ไขปัญหาสัญญาณไม่เสถียรในสภาพแวดล้อมที่มีการเคลื่อนที่ได้ ซึ่งช่วยให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพทิศทางสัญญาณได้ในระดับมิลลิวินาทีเพื่อให้มั่นใจได้ว่าความเร็วของอุปกรณ์จะไม่ลดลงในขณะเคลื่อนที่ ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยี Advanced Same Frequency Network (ASFN) แบบ Zero-roaming ยังช่วยแปลงจุดเชื่อมต่อหลายจุดให้กลายเป็น "Super AP" จุดเดียวที่ทำให้สามารถโรมมิ่งทั่วทั้งเครือข่ายได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีการสูญเสียแพ็กเก็ต
ความปลอดภัยที่ครอบคลุมทุกมิติ: โซลูชัน Xinghe AI Full-Scope Security Campus ของ Huawei ได้สร้างระบบป้องกันที่แข็งแกร่ง ซึ่งประกอบด้วยความปลอดภัยของแอสเซท การเชื่อมต่อ พื้นที่ และความเป็นส่วนตัว
- ความปลอดภัยของแอสเซท: จำนวนอุปกรณ์ปลายทางที่เพิ่มขึ้นในภาครัฐ การเงิน และภาคส่วนอื่นๆ ได้ส่งผลให้ความเสี่ยงจากการโจมตีเครือข่ายสูงขึ้น และเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โซลูชันของ Huawei จึงใช้การระบุตัวตนอุปกรณ์ด้วยการทำการแบ่งกลุ่มข้อมูลด้วย AI เพื่อระบุอุปกรณ์เหล่านี้โดยอัตโนมัติด้วยความแม่นยำสูงถึง 95% นอกจากนี้ Smart Anomaly Detection (SmartAD) ซึ่งใช้งานการอนุมานภายในสวิตช์ ยังช่วยให้สามารถตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติของทราฟฟิกของอุปกรณ์ได้ภายในไม่กี่วินาที และบล็อกการบุกรุกเครือข่ายได้แบบเชิงรุก
- ความปลอดภัยของการเชื่อมต่อ: เทคโนโลยี Wi-Fi Shield เอกสิทธิ์เฉพาะของ Huawei ได้ช่วยขจัดความเสี่ยงจากการดักจับข้อมูลในระดับกายภาพ ยิ่งไปกว่านั้น การรวม MACsec แบบครบวงจรเข้ากับรหัสผ่านแบบโพสต์ควอนตัม (PQC) ยังช่วยรักษาความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลในระยะยาว แม้ว่าเทคโนโลยีการประมวลผลควอนตัมจะพัฒนาไปมากแล้วก็ตาม
- ความปลอดภัยของพื้นที่: เทคโนโลยีการรับรู้สถานะช่องสัญญาณ (CSI) Wi-Fi ของ Huawei สามารถตรวจจับสภาพความปลอดภัยในพื้นที่ผ่านจุดเชื่อมต่อเพียงจุดเดียว และระบุกิจกรรมการบุกรุกได้ภายในไม่กี่วินาที
- ความปลอดภัยของความเป็นส่วนตัว: วิธีการแบบดั้งเดิมในการตรวจจับอุปกรณ์บันทึกภาพมักไม่มีประสิทธิภาพและมีอัตราการพลาดสูงในห้องผู้บริหาร ห้องพักโรงแรม และสภาพแวดล้อมที่ละเอียดอ่อนอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ Huawei จึงได้จัดการกับปัญหานี้ด้วยการเปิดตัว iGuard AP ซึ่งมีข้อได้เปรียบ 3 ประการ คือ การตรวจจับที่ครอบคลุม การตรวจจับที่แม่นยำ และการทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันเพื่อปกป้องความลับทางการค้า และความเป็นส่วนตัวของบุคคลในพื้นที่ส่วนตัวดังกล่าว
เครือข่ายอัตโนมัติ: โซลูชัน Xinghe AI Campus ของ Huawei มาพร้อมกับขีดความสามารถในการดำเนินการและบำรุงรักษาอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ทรงพลัง โดยโซลูชันนี้สามารถระบุขอบเขตของปัญหาคุณภาพประสบการณ์ (QoE) ที่ไม่ดีได้ภายในไม่กี่นาทีผ่านการใช้ประโยชน์จาก iFlow ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ประสบการณ์แบบครบวงจรที่ราบรื่น พร้อมทั้งมอบทัศนวิสัยที่ครอบคลุม และสามารถสังเกตการณ์ประสบการณ์การใช้งานได้ ซึ่งช่วยให้สามารถแก้ไขความผิดพลาดของเครือข่ายไร้สายกว่า 80% ได้แบบอัตโนมัติผ่านการตัดสินใจระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการระบุตำแหน่งข้อผิดพลาดในระดับนาที
Huawei จะยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมโดยยึดตามความต้องการของลูกค้า และเร่งการปรับใช้เครือข่ายแคมปัสที่ปลอดภัย และชาญฉลาด ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI นอกจากนี้ Huawei จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรในระบบนิเวศเพื่อช่วยให้ลูกค้าสร้าง "AI Campus" ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของเครือข่ายพร้อมส่งเสริมความสำเร็จร่วมกันในยุค AI
หากต้องการดูรายงานโดยละเอียด โปรดเข้าไปที่ https://e.huawei.com/en/topic/solutions/enterprise-network/2026-gartner-campus-network


ภาษาไทย
English
