ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - Tata Communications เปิดตัวเครือข่ายที่ซ่อมแซมตัวเองได้ พร้อมรุกก้าวใหม่ในการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูลทั่วโลก
![]() |
มุมไบ อินเดีย, 1 เมษายน 2569 /PRNewswire/ -- Tata Communications ได้กำหนดนิยามมาตรฐานใหม่ด้านความยืดหยุ่นให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลกในวันนี้ด้วยการเปิดตัว IZO™ Data Centre* Dynamic Connectivity ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์กำหนด ซึ่งออกแบบมาเพื่อพลิกโฉมวิธีการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูลสำหรับองค์กรธุรกิจ ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI และมีการทำงานแบบกระจายตัวเพิ่มมากขึ้น
ในเศรษฐกิจดิจิทัลปัจจุบัน ทุกองค์กรต่างต้องพึ่งพาขีดความสามารถในการเชื่อมต่อและรับส่งข้อมูลได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ด้วยเหตุนี้ การเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูลถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนโลกยุคใหม่ ตั้งแต่การทำธุรกรรมทางการเงิน, บริการ IT-ITeS, การผลิต ไปจนถึงแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ และหากการเชื่อมต่อเหล่านี้เกิดขัดข้องขึ้นมา ธุรกิจจะไม่เพียงแค่ดำเนินงานช้าลงเท่านั้น แต่จะถึงขั้นหยุดชะงักโดยสมบูรณ์ได้เลย
อย่างไรก็ตาม เครือข่ายที่เชื่อมต่อศูนย์ข้อมูลของหลายองค์กรถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้งานในยุคสมัยที่ต่างออกไป การเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูล (DC-to-DC) แบบดั้งเดิมนั้นถูกออกแบบมาเพื่อรองรับปริมาณงานที่คาดการณ์ได้และรูปแบบทราฟฟิกที่คงที่ ทว่าความเป็นจริงในปัจจุบันกลับมีความคล่องตัวกว่านั้นมาก เพราะองค์กรต่างๆ มีการดำเนินงานครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วโลกและบนสภาพแวดล้อมระบบคลาวด์ ทั้งยังมีการเคลื่อนย้ายข้อมูลปริมาณมหาศาลแบบเรียลไทม์เพื่อรองรับปริมาณงานด้าน AI และความต้องการทางธุรกิจ
ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ปัญหาสายเคเบิลขัดข้อง ความล้มเหลวของเส้นทาง หรือความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่จนนำไปสู่การหยุดชะงักของบริการและความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียมหาศาลจากการหยุดทำงานได้ ซึ่งการตอบสนองในสถานการณ์เช่นนี้มักเป็นการแก้ไขปัญหาตามอาการและต้องใช้แรงงานคน ซึ่งทำให้เสียเวลาอันมีค่า ในขณะที่ธุรกิจต้องการความแน่นอนและความรวดเร็ว
IZO™ DC Dynamic Connectivity จาก Tata Communications จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยการนำเสนอเครือข่ายอัจฉริยะที่สามารถเยียวยาตัวเองได้ ซึ่งครอบคลุมศูนย์ข้อมูลสำคัญระดับโลกใน 5 ทวีป แพลตฟอร์มนี้ต่างจากสถาปัตยกรรมทั่วไปตรงที่ใช้การกำหนดเส้นทางแบบหลายทางเพื่อให้สามารถคาดการณ์ค่าความหน่วงแฝงและประสิทธิภาพได้ ซึ่งหมายความว่าแพลตฟอร์มนี้มีความฉลาดเพียงพอที่จะเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิกโดยอัตโนมัติภายในไม่กี่วินาที โดยไม่ต้องใช้คนเข้ามาจัดการในระหว่างที่เกิดการขัดข้อง นี่จะช่วยให้องค์กรบรรลุความพร้อมในการให้บริการได้มากกว่า 99.99% สำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อภารกิจ โดยรองรับแอปพลิเคชันทางธุรกิจที่สำคัญ พร้อมเปลี่ยนความยืดหยุ่นจากการเป็นแผนสำรองให้กลายเป็นสถานะเริ่มต้นของการทำงาน
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังช่วยให้องค์กรเข้าถึงการเชื่อมต่อได้อย่างอิสระ ผ่านอินเทอร์เฟซดิจิทัลแบบรวมศูนย์และ API ซึ่งองค์กรสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพ รับการแจ้งเตือนเชิงรุก และปรับขนาดแบนด์วิดท์แบบไดนามิกตามปริมาณงานที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้นำธุรกิจไม่จำเป็นต้องคาดเดาความต้องการในอนาคต หรือจ่ายค่าแบนด์วิดท์ส่วนเกิน "เผื่อไว้" อีกต่อไป ระบบมีข้อมูลเชิงลึกเชิงคาดการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้บริษัทสามารถพยากรณ์ความต้องการพื้นที่ความจุได้ล่วงหน้า หากปริมาณงานต้องการความจุเพิ่มขึ้นหรือต้องการเลือกเส้นทางใหม่แบบกะทันหัน ผู้ใช้ก็สามารถปรับขนาดแบนด์วิดท์ หรือเพิ่มเส้นทางได้ทันทีผ่านฟีเจอร์บริการตนเอง
ผลกระทบทางธุรกิจคือการเปลี่ยนจากการบริหารจัดการวิกฤตไปสู่การเติบโตเชิงกลยุทธ์ การเปลี่ยนไปใช้รูปแบบราคาที่ยืดหยุ่นตามการใช้งานจริงจะช่วยลดความจำเป็นในการสำรองพื้นที่ความจุที่ไม่ได้ใช้งาน และประหยัดต้นทุนการดำเนินงานได้สูงสุดถึง 30% โดยองค์กรสามารถเปิดใช้งานความยืดหยุ่นและแบนด์วิดท์ได้ในยามจำเป็น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน ในขณะที่ยังคงรักษาประสิทธิภาพที่แน่นอนไว้ได้ในทุกพื้นที่ภูมิศาสตร์
นี่คือข้อได้เปรียบของ Tata Communications: การรวมความคล่องตัวระดับองค์กรเข้ากับความฉลาดเชิงคาดการณ์ เพื่อให้ข้อมูลที่สำคัญที่สุดของโลกขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างความมั่นใจว่าองค์กรต่างๆ จะสามารถออนไลน์ และเชื่อมต่อได้อยู่เสมอ
Genius Wong รองประธานบริหารฝ่ายบริการเชื่อมต่อหลักและการเชื่อมต่อยุคใหม่ และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Tata Communications กล่าวถึงการเปิดตัวในครั้งนี้ว่า: "ศูนย์ข้อมูลคือเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบัน และการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูลเหล่านั้นต้องมีความยืดหยุ่นเช่นเดียวกับเครือข่ายที่เชื่อมโยงถึงกัน รวมถึงต้องมีความคล่องตัวเทียบเท่ากับแอปพลิเคชันที่รองรับอีกด้วย IZO™ DC Dynamic Connectivity จะช่วยให้เราพลิกโฉมนิยามของความยืดหยุ่นจากกระบวนการเชิงรับไปสู่ขีดความสามารถแบบอัตโนมัติ โดยเรากำลังช่วยให้องค์กรสามารถสร้างรากฐานดิจิทัลที่ปรับขยายได้อย่างมั่นใจ และดำเนินงานได้อย่างราบรื่นผ่านการผสานรวมความครอบคลุมทั่วโลก การกำหนดเส้นทางที่แน่นอน และระบบอัตโนมัติอัจฉริยะเข้าด้วยกัน"
เกี่ยวกับ Tata Communications
Tata Communications (NSE: TATACOMM) (BSE: 500483) เป็นส่วนหนึ่งของ Tata Group และเป็นผู้ให้บริการระบบนิเวศดิจิทัลระดับโลกที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบันในประเทศและอาณาเขตกว่า 190 แห่ง ซึ่งช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลให้กับองค์กรต่างๆ ทั่วโลกด้วยความไว้วางใจผ่านโซลูชันการทำงานร่วมกันและเชื่อมต่อ การเชื่อมต่อหลักและรุ่นใหม่ การโฮสต์บนระบบคลาวด์ โซลูชันความปลอดภัย และบริการสื่อ โดยมีบริษัทในกลุ่ม Fortune 500 จำนวน 300 แห่งเป็นลูกค้าของบริษัท และบริษัทได้เชื่อมโยงธุรกิจต่างๆ กับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านระบบคลาวด์กว่า 80% ในโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่: www.tatacommunications.com
ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคตและคำเตือน
คำและข้อความบางคำในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ที่เกี่ยวข้องกับ Tata Communications และโอกาสทางธุรกิจ และข้อความอื่นๆ รวมถึงข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถานะทางการเงินที่คาดหวังของ Tata Communications กลยุทธ์ทางธุรกิจ การพัฒนาการดำเนินงานในอนาคตของ Tata Communications และเศรษฐกิจโดยทั่วไปในประเทศอินเดียถือเป็นข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคต โดยข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และปัจจัยอื่นๆ ทั้งที่ทราบและไม่ทราบ รวมถึงด้านการเงิน กฎระเบียบ และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตและการคาดการณ์แนวโน้มของอุตสาหกรรม ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริง ผลการดำเนินงาน หรือความสำเร็จของ Tata Communications หรือผลลัพธ์ของอุตสาหกรรมมีลักษณะที่แตกต่างออกไปจากสิ่งที่แสดงออกโดยตรง หรือโดยนัยผ่านข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคตดังกล่าว ปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ การดำเนินงาน หรือความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างไปจากข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคตอย่างมาก ได้แก่ การไม่สามารถเพิ่มปริมาณการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายของ Tata Communications การไม่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ตรงตามความต้องการของลูกค้า และสร้างอัตราผลกำไรที่ยอมรับได้ การไม่สามารถดำเนินการทดสอบเทคโนโลยีใหม่และระบบสารสนเทศในเชิงพาณิชย์เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ รวมถึง บริการส่งสัญญาณเสียง การไม่สามารถรักษาเสถียรภาพ หรือลดอัตราราคาของบริการสื่อสารบางประเภทของบริษัท การไม่สามารถเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ได้สำเร็จ ทั้งยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือระเบียบข้อบังคับของรัฐบาลในอินเดีย และการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับการบริหารอุตสาหกรรมของ Tata Communications และสภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจ และสินเชื่อในอินเดียโดยทั่วไป ปัจจัยเพิ่มเติมที่อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ ประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างไปจากข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคตอย่างมาก โดยปัจจัยหลายประการอยู่นอกเหนือการควบคุมของ Tata Communications ได้แก่ แต่ไม่จำกัดเพียงปัจจัยความเสี่ยงที่กล่าวถึงในรายงานประจำปีของ Tata Communications Limited
ดูรายงานประจำปีของ Tata Communications Limited ได้ที่ www.tatacommunications.com Tata Communications ไม่มีภาระผูกพันและปฏิเสธภาระผูกพันใดๆ ในการอัปเดต หรือแก้ไขข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์อนาคต
© 2026 Tata Communications Ltd. สงวนลิขสิทธิ์ TATA COMMUNICATIONS และ TATA เป็นเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Tata Sons Private Limited ในประเทศอินเดียและบางประเทศ เครื่องหมายการค้าของบุคคลที่สามอื่นๆ ทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของเจ้าของรายนั้นๆ
*DC ย่อมาจากศูนย์ข้อมูล
โลโก้: https://mma.prnasia.com/media2/2811674/5597391/Tata_Communications_Logo.jpg?p=medium600


ภาษาไทย
English
