ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - การท่องเที่ยวต้องถูกขับเคลื่อนในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจเพื่อผลักดันการเติบโตและความสามารถรับมือการเปลี่ยนแปลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียกล่าวต่อสภาเศรษฐกิจโลก
ดาวอส, สวิตเซอร์แลนด์, 25 มกราคม 2569 /PRNewswire/ -- ที่การประชุมประจำปีของสภาเศรษฐกิจโลก ปี 2569 (World Economic Forum Annual Meeting 2026) ณ เมืองดาวอส ฯพณฯ Ahmed Al-Khateeb รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ได้ส่งสารถึงผู้นำระดับโลกอย่างชัดเจนว่า การท่องเที่ยวต้องถูกขับเคลื่อนในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ หากต้องการให้มีบทบาทในการสร้างการเติบโต ความสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันในโลกที่ยิ่งทวีความแตกแยกมากขึ้นเรื่อย ๆ
ท่านรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ขณะเข้าร่วมกิจกรรมของเวทีประชุมสภาเศรษฐกิจโลกว่า การท่องเที่ยวไม่ควรถูกมองเป็นเพียงภาคส่วนทางเลือกอีกต่อไป แต่ควรถูกยกระดับให้เป็นระบบเชิงยุทธศาสตร์ ที่สามารถสนับสนุนการกระจายโครงสร้างเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุนระยะยาว และสร้างการจ้างงานอย่างทั่วถึงในทุกภูมิภาค หากได้รับการวางแผนและกำกับดูแลอย่างมีเป้าหมายและมุ่งมั่น
"ด้วยจำนวนการเดินทางท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่คาดว่าจะสูงถึง 2 พันล้านครั้งภายในปี 2573 ประเด็นสำคัญสำหรับผู้นำทั่วโลกไม่ใช่การเติบโตของการท่องเที่ยว แต่ควรตั้งคำถามว่าการท่องเที่ยวจะขยายตัวเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบหรือไม่" ฯพณฯ Excellency Ahmed Al-Khateeb กล่าว "เมื่อการท่องเที่ยวถูกออกแบบให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ธุรกิจนี้ก็จะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่ทรงอิทธิพลต่อการกระจายเศรษฐกิจ ความสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และการสร้างคุณค่าในระยะยาว ไม่ใช่เป็นเพียงการเดินทางของผู้คนข้ามพรมแดนเท่านั้น"
ด้วยการอ้างอิงจากประสบการณ์ของซาอุดีอาระเบียภายใต้วิสัยทัศน์ Vision 2030 ท่านรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้เห็นรูปแบบที่การท่องเที่ยวได้กลายเป็นเสาหลักของการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจของราชอาณาจักรแห่งนี้ โดยในปี 2568 ซาอุดีอาระเบียมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศถึง 30 ล้านคน และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 150 ล้านคนภายในปี 2573 ในปัจจุบันซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศที่ลงทุนด้านการท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของโลกในระดับประเทศเดียว โดยมีพอร์ตการลงทุนระยะยาวที่ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการบิน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ไปจนถึงการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยปัจจุบันการท่องเที่ยวมีส่วนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็นเกือบ 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศทางตรงของราชอาณาจักร และเป็นแหล่งจ้างงานมากกว่า 1 ล้านตำแหน่ง
นอกจากนี้ เขายังได้ยกตัวอย่างโครงการสำคัญ เช่น อัลอูลา (AlUla) ดิริยาห์ (Diriyah) และทะเลแดง (Red Sea) ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแบบวางผังแม่บทที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และคุณภาพชีวิตเป็นสำคัญ พร้อมยังระบุว่า แนวทางดังกล่าวได้ช่วยสนับสนุนการลงทุนระยะยาว เสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน และทำให้การเติบโตของการท่องเที่ยวสอดคล้องกับประโยชน์ของชุมชนและการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม
ในระหว่างการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก ฯพณฯ รัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงโครงการ "Beyond Tourism" ซึ่งเป็นความริเริ่มแบบพหุภาคีที่พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับสภาเศรษฐกิจโลก เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวจากการสนทนาในอุตสาหกรรมสู่การกำหนดวาระผู้นำในระดับระบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมประสานนโยบาย เงินทุน และนวัตกรรมให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืน ความครอบคลุม ความสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และการลงทุนอย่างเป็นระบบ
"การท่องเที่ยวยังคงถูกประเมินค่าต่ำกว่าความเป็นจริงในกระบวนการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ" ฯพณฯ รัฐมนตรีกล่าว "แม้จะเป็นเศรษฐกิจระดับโลกมูลค่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กลับมักไม่ถูกรวมอยู่ในนโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐาน การค้า และอุตสาหกรรม การยกระดับการท่องเที่ยวจำเป็นต้องมองภาคธุรกิจนี้ในฐานะกลไกขับเคลื่อนผลิตภาพ ความสามารถฟื้นตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนโยบายที่มีเอกภาพและกรอบการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเป็นหลัก"
ซาอุดีอาระเบียยังได้เน้นนำเสนอ TOURISE ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่จัดตั้งขึ้นเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวจากระดับวิสัยทัศน์สู่การลงมือปฏิบัติจริง โดยเชื่อมโยงรัฐบาล นักลงทุน และผู้นำอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อเร่งความร่วมมือและผลักดันการดำเนินงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ นับตั้งแต่เปิดตัว TOURISE ได้เชิญผู้นำเกือบ 10,000 คนจากกว่า 100 ประเทศ และช่วยเป็นแรงขับสำคัญในการเร่งให้เกิดการลงทุนด้านการท่องเที่ยวรวมมูลค่ากว่า 113 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการประชุม TOURISE ระดับโลกครั้งถัดไปมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2570
ในระดับโลก อุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยวมีสัดส่วนคิดเป็นประมาณ 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทั่วโลก และสนับสนุนการจ้างงานมากกว่า 357 ล้านตำแหน่ง ทำให้อุตสาหกรรมนี้เป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่มีความครอบคลุมมากที่สุดของโลก นอกเหนือจากมิติทางเศรษฐกิจแล้ว ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวว่า การท่องเที่ยวยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้คนได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทวีความร้อนแรงยิ่งขึ้น
ในการกล่าวต่อที่ประชุมสภาเศรษฐกิจโลก ฯพณฯ Ahmed Al-Khateeb ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของซาอุดีอาระเบียในการใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยสนับสนุนประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยชน์ของตนเองเท่านั้น พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและสถาบันระหว่างประเทศยกระดับภาคการท่องเที่ยวให้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมเน้นย้ำบทบาทของการท่องเที่ยวในการสนับสนุนการเติบโต ความสามารถฟื้นตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งความร่วมมือระหว่างประเทศ
"หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา ไม่ใช่เพียงการมองที่ประเทศของเราเองเท่านั้น แต่ต้องมองไปยังประเทศอื่น ๆ และพิจารณาว่าเราจะสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไร ปัจจุบันยังมีประเทศทั่วโลกมากถึงร้อยละ 80 ที่ไม่ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวในระดับที่เพียงพอ โดยเฉพาะในภูมิภาคแอฟริกาและลาตินอเมริกา เราต้องการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเหล่านี้ เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของตนเองและเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาคมโลก
"ในบางสถานการณ์ การท่องเที่ยวสามารถคงไว้ซึ่งการสื่อสารและสนทนา เมื่อช่องทางการทูตอย่างเป็นทางการกำลังเผชิญกับแรงกดดัน การท่องเที่ยวช่วยสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และสายสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างผู้คน และหากได้รับการบริหารจัดการอย่างมีความรับผิดชอบ ก็อาจกลายเป็นกลไกสร้างเสถียรภาพ และเป็นพลังส่งเสริมให้เกิดสันติภาพทั่วโลกได้ในระดับทวีคูณ"
ทั้งนี้ ตลอดสัปดาห์ของการประชุมที่เมืองดาวอส คณะผู้แทนของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียได้เข้าร่วมการสนทนาหารืออย่างเปิดกว้างและสร้างสรรค์กับผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และแวดวงวิชาการ เพื่อร่วมกันส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่งคั่งในระดับโลก ภายใต้บทบาทของราชอาณาจักรในฐานะสมาชิกประชาคมโลกที่มีความรับผิดชอบและมุ่งมั่น คณะผู้แทนได้ถ่ายทอดให้เห็นรูปแบบที่วิสัยทัศน์ Saudi Vision 2030 ได้พัฒนาไปสู่การเป็นต้นแบบของการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างพลิกโฉมประเทศ
นอกจากนี้ Saudi House ยังได้กลับมาจัดขึ้นอีกครั้งที่ดาวอส หลังจากที่ก่อตั้งโดยกระทรวงเศรษฐกิจและการวางแผน (MEP) ในปี 2568 โดยตลอดทั้งสัปดาห์ได้เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมมากกว่า 20 รายการ รวมถึงการจัดงานที่ได้รับการรับรองจากสภาเศรษฐกิจโลกมากกว่า 10 เวที ครอบคลุม 6 ประเด็นหลัก ได้แก่ Bold Vision (วิสัยทัศน์อันกล้าหาญ), Insights for Impact (ข้อมูลเชิงลึกเพื่อผลลัพธ์ที่จับต้องได้), People & Human Capability (ศักยภาพมนุษย์และบุคลากร), Quality of Life (คุณภาพชีวิต), Investment & Collaboration (การลงทุนและความร่วมมือ) และ Welcoming the World (การต้อนรับโลก) ทั้งนี้ ยังได้เปิดตัว "NextOn" ซึ่งเป็นชุดการบรรยายจากกลุ่มผู้นำทางความคิดระดับโลกที่ทรงอิทธิพล เปี่ยมไปด้วยสาระความรู้ และสร้างแรงบันดาลใจ


ภาษาไทย
English
