ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - Envision เปิดตัว Dubhe โมเดลพื้นฐานด้านพลังงานตัวแรกของโลก มุ่งปฏิรูปสู่ระบบพลังงาน AI เต็มรูปแบบ
Envision รุกคืบระบบพลังงานหมุนเวียน เปิดตัว Dubhe โมเดลพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนระบบพลังงานด้วยเทคโนโลยี AI
อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, 15 ม.ค. 2569 /PRNewswire/ -- Envision ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีสีเขียว ประกาศเปิดตัว Dubhe นวัตกรรมโมเดลพื้นฐานด้านพลังงาน ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างระบบ Physical AI หรือระบบพลังงาน AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ชื่อ Dubhe นั้นได้รับแรงบันดาลใจจากดาวนำทางในกลุ่มดาวกระบวยใหญ่ ที่ช่วยให้มนุษยชาติระบุทิศทางจากดาวเหนือได้มานานหลายพันปี โดยคุณ Lei Zhang ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Envision ได้เผยโฉมโมเดลพื้นฐานด้านพลังงาน Dubhe Energy Foundation Model นี้อย่างเป็นทางการภายในงาน Abu Dhabi Sustainability Week

Dubhe ถือเป็นแกนหลักของสถาปัตยกรรม Physical AI ของ Envision โดยทำหน้าที่วิเคราะห์กระแสข้อมูลด้านพลังงานอันมหาศาลจากโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อบริหารจัดการทั้งการผลิตพลังงานหมุนเวียน การกักเก็บ ระบบโครงข่ายไฟฟ้า และความต้องการใช้งานได้แบบเรียลไทม์ Dubhe ปลดล็อกขีดความสามารถของแหล่งพลังงานหมุนเวียน และผลักดันให้ต้นทุนลดลงจนเข้าใกล้ศูนย์ เพื่อช่วยให้ระบบพลังงานสามารถขยายตัวรองรับการเติบโตของ AI ได้อย่างสอดประสานกัน พร้อมตอบโจทย์ความต้องการใช้พลังงานอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของ AI ทั่วโลก
คุณ Lei กล่าวว่า "เป็นเวลาหลายศตวรรษที่ดาว Dubhe ทำหน้าที่นำทางมวลมนุษยชาติภายใต้ฟากฟ้ายามค่ำคืน แต่วันนี้ Dubhe จะเป็นดาวนำทางแห่งยุค AI เพื่อสร้างระบบพลังงาน AI บนรากฐานที่ไม่มีวันหมด ชาญฉลาด และต้นทุนต่ำ เพื่อสนับสนุนความรุ่งเรืองของอารยธรรมใหม่"
ขับเคลื่อนระบบพลังงาน AI: จากโมเดลภาษาขนาดใหญ่สู่ Physical Artificial Intelligence
ในขณะที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่ได้เข้ามาพลิกโฉมโลกดิจิทัล Envision เชื่อว่า ก้าวกระโดดครั้งสำคัญในลำดับถัดไปคือ Physical Artificial Intelligence หรือ AI ที่ควบคุมระบบทางกายภาพได้โดยตรง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงอยู่และความมั่งคั่งของมนุษยชาติ
Dubhe ทำงานประสานกับ Tianji ซึ่งเป็นโมเดลพื้นฐานด้านสภาพอากาศขนาดใหญ่ของ Envision เพราะพลังงานหมุนเวียนมีความผันแปรตามสภาพภูมิอากาศ Tianji จึงทำหน้าที่เป็นระบบพยากรณ์อัจฉริยะที่ช่วยให้ Physical AI คาดการณ์และตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ล่วงหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าระบบพลังงานจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเสถียร แม้ในระดับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
"โมเดลภาษานั้นเข้าใจถ้อยคำ แต่ Physical AI เข้าใจโลก และพลังงานคือรากฐานของทุกสรรพสิ่ง" คุณ Lei กล่าว "นี่ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับอารยธรรม โดยเข้ามาวางรากฐานเพื่อความมั่งคั่งของมนุษยชาติภายใต้ขีดจำกัดของทรัพยากรโลก"
ผนึกกำลังพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมกับ Masdar ขับเคลื่อนการใช้ระบบพลังงาน AI
นอกจากนี้ Envision ยังได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Masdar ผู้นำด้านพลังงานสะอาดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อร่วมกันผลักดันระบบพลังงาน AI แห่งอนาคต โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ดร. Sultan Al Jaber รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ADNOC และประธานกรรมการ Masdar พร้อมด้วยคุณ Lei Zhang ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามครั้งนี้

ภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ Masdar ได้แต่งตั้งให้ Envision เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในกลุ่มเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ทั้งในด้านพลังงานลม ระบบกักเก็บพลังงาน และไฮโดรเจนสีเขียว เพื่อร่วมกันผลักดันการนำระบบพลังงาน AI มาใช้งานในสเกลใหญ่ พร้อมเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก
เกี่ยวกับ Envision
Envision เป็นบริษัทเทคโนโลยีสีเขียวชั้นนำระดับโลก ผู้นำเสนอโซลูชันพลังงานหมุนเวียนให้แก่ภาคธุรกิจ รัฐบาล และสถาบันต่าง ๆ ทั่วโลก Envision บูรณาการ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กังหันลมอัจฉริยะ ระบบกักเก็บพลังงาน และโซลูชันไฮโดรเจนสีเขียว เพื่อร่วมสร้างสรรค์โซลูชันที่ครอบคลุมสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
Envision ได้รับรางวัลการันตีความสำเร็จด้านความยั่งยืนมากมาย อาทิ EcoVadis Gold Medal และอันดับ "A-List" ของ CDP นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อ "Change the World" ของนิตยสาร Fortune และติดท็อป 10 บริษัทที่ชาญฉลาดที่สุด ในการจัดอันดับของ MIT Technology Review
ปัจจุบัน Envision ขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยอาศัยเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนา รวมถึงศูนย์วิศวกรรมทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี เดนมาร์ก จีน และประเทศอื่น ๆ เพื่อเป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียวในระดับสากล ทั้งนี้ Envision ได้เข้าร่วมโครงการ Science Based Targets initiative (SBTi) และประกาศเจตนารมณ์ในการบรรลุเป้าหมาย "Business Ambition for 1.5°C" เมื่อปี 2564 โดยบริษัทฯ บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในการดำเนินงานทั่วโลกได้สำเร็จเมื่อปี 2565 และตั้งเป้าที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนตลอดทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่าภายในปี 2571
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ envision-group.com


ภาษาไทย
English
