ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - ZTE ติดอันดับ A List ด้านสภาพภูมิอากาศจาก CDP ต่อเนื่องปีที่ 3 ขึ้นแท่นผู้นำท็อป 4% ของโลก
![]() |
เซินเจิ้น, จีน, 13 ม.ค. 2569 /PRNewswire/ -- ZTE Corporation (0763.HK / 000063.SZ) ผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแบบครบวงจรชั้นนำระดับโลก ทำคะแนนติดกลุ่ม "A" ได้อีกครั้ง ในการจัดอันดับด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจาก CDP ส่งผลให้บริษัทฯ ติดอยู่ในกลุ่มผู้นำระดับท็อป 4% ขององค์กรทั่วโลก

ZTE ติดอันดับ A List ด้านสภาพภูมิอากาศจาก CDP ต่อเนื่องปีที่ 3 ขึ้นแท่นผู้นำท็อป 4% ของโลก
ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นการครองตำแหน่งในระดับสูงสุดของ CDP ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และส่งผลให้ ZTE เป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ได้รับเกียรติประวัตินี้ติดต่อกันถึง 3 ปีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การได้รับการยกย่องเช่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำถึงการยอมรับในระดับสากลที่มีต่อธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อมและการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศของ ZTE เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นบทบาทสำคัญของบริษัทฯ ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมที่ร่วมขับเคลื่อนโลกให้เปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
CDP เป็นแพลตฟอร์มที่ทรงอิทธิพลในระดับสากล โดยทำหน้าที่เปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม และได้พัฒนาระบบวัดผลที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกเพื่อประเมินความคืบหน้าขององค์กรต่าง ๆ ในการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ ความโปร่งใส และผลการดำเนินงานโดยรวม ซึ่งคะแนนของ CDP ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายเพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนและจัดซื้อจัดจ้าง โดยในปี 2568 นั้น มีบริษัทกว่า 22,100 แห่งทั่วโลก ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมกันเกินกว่าครึ่งหนึ่งของโลก ได้เปิดเผยข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ป่าไม้ และความมั่นคงทางน้ำผ่าน CDP ทั้งนี้ การได้รับคะแนนระดับ "A" ซึ่งเป็นระดับสูงสุด บ่งชี้ว่าบริษัทนั้นติดกลุ่มผู้นำท็อป 4% ของโลก ทั้งในด้านธรรมาภิบาลด้านสภาพภูมิอากาศ การกำหนดเป้าหมาย ประสิทธิผลของการดำเนินงาน และขีดความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยง
ZTE ได้นำแนวคิดสีเขียวและคาร์บอนต่ำมาผสานรวมเข้ากับกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรอย่างเข้มข้น พร้อมปูทางสู่ "เส้นทางดิจิทัลสีเขียว" ผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่ การดำเนินงานสีเขียว ซัพพลายเชนสีเขียว โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสีเขียว และการเสริมสร้างศักยภาพสีเขียว เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว
ในด้านการดำเนินงานสีเขียวนั้น ZTE ได้ดำเนินโครงการประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลายโครงการ จนสามารถประหยัดไฟฟ้าได้จริงถึง 45 ล้าน kWh ส่งผลให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ลดลง 13.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มโทรคมนาคมนั้น มีความเข้มข้นของการปล่อยมลพิษในระหว่างการใช้งานและการบำรุงรักษาลดลง 8.39% ขณะที่ผลิตภัณฑ์กลุ่มเทอร์มินัลสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ลงได้ 5.02% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี ทั้งนี้ ในปี 2567 ZTE ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนรวมทั้งขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ได้ถึง 14.317 ล้านตันเมื่อเทียบกับระดับในปี 2566
ส่วนด้านซัพพลายเชนสีเขียว ZTE ได้นำข้อกำหนดด้านกลยุทธ์นวัตกรรมสีเขียวมาปรับใช้ในระบบไอทีเพื่อการบริหารจัดการซัพพลายเออร์อย่างครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการทำสัญญา การลงพื้นที่ประเมิน ตลอดจนการประเมินผลการดำเนินงาน ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจประเมินด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ณ สถานประกอบการของซัพพลายเออร์ในกลุ่มการผลิตไปแล้วกว่า 450 ราย พร้อมให้คำแนะนำแก่ซัพพลายเออร์ 152 รายในการทำบัญชีคาร์บอนขององค์กร และสนับสนุนซัพพลายเออร์อีก 51 รายในการกำหนดเป้าหมายและมาตรการลดการปล่อยคาร์บอน
ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสีเขียว ปัจจุบัน ZTE ถือครองสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีสีเขียวรวมกว่า 800 ฉบับ โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้กับผลิตภัณฑ์ไปแล้ว 240 รายการ ครอบคลุมครบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ และ ZTE งัดใช้โซลูชันสีเขียวแบบครบวงจรนี้ ในการช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลกประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ปีละกว่า 1 หมื่นล้าน kWh
สำหรับการเสริมสร้างศักยภาพสีเขียว ZTE ได้นำโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และเครือข่าย เทคโนโลยี IoT, Big Data, AI และเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ มาผสานรวมเข้ากับอุตสาหกรรมดั้งเดิม เพื่อสร้างความสำเร็จที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ทั้งในด้านการเติบโตทางธุรกิจและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำในอุตสาหกรรมกว่า 2,000 ราย เพื่อนำร่องนวัตกรรมสีเขียวที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 5G ใน 18 ภาคธุรกิจ อาทิ อุตสาหกรรมเหล็ก โลหกรรม การผลิตอิเล็กทรอนิกส์ ท่าเรือ การขนส่งทางราง การทำเหมือง และพลังงาน พร้อมทั้งบุกเบิกการใช้งานใหม่ ๆ มาแล้วมากกว่า 100 รูปแบบ
ความมุ่งมั่นระยะยาวของ ZTE ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้นเป็นที่ยอมรับอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากองค์กร Science-Based Targets initiative (SBTi) ทั้งในส่วนของเป้าหมายระยะสั้นเพื่อควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคว้า Gold Medal จาก EcoVadis มาครอง ซึ่งทำให้ ZTE ติดอันดับกลุ่มผู้นำท็อป 4% ของบรรดาบริษัทที่ได้รับการประเมินจากทั่วโลก
ZTE ในฐานะสมาชิก UN Global Compact, องค์กร Global eSustainability Initiative และโครงการ COP29 Green Digital Initiative จะยังคงเดินหน้าตอกย้ำบทบาทในการเป็น "ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล" โดยร่วมมือกับพันธมิตรและลูกค้าทั่วโลกเพื่ออนาคตที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งทุ่มเทสรรพกำลังในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เพื่อสร้างสรรค์โลกที่ยั่งยืนและดีกว่าเดิม
สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ
ZTE Corporation
ฝ่ายสื่อสาร
อีเมล: ZTE.press.release@zte.com.cn


ภาษาไทย
English
