ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - หัวเว่ยเผยแพร่ 10 เทรนด์สำคัญของระบบ Smart PV & ESS ประจำปี 2569
เซินเจิ้น, ประเทศจีน, 13 มกราคม 2569 /PRNewswire/ -- Huawei Digital Power จัดงานเปิดตัว 10 เทรนด์สำคัญของระบบ Smart PV & ESS (Top 10 Trends of Smart PV & ESS Launch) ประจำปี 2569 ภายใต้ธีม "All-Scenario Grid-Forming, Unleashing AI, and Forging Excellence: Advance Renewables as Main Energy Sources." (Grid-Forming ที่ครอบคลุมทุกสถานการณ์ ปลดปล่อยศักยภาพ AI และหล่อหลอมความเป็นเลิศ: ขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนสู่การเป็นแหล่งพลังงานหลัก) ภายในงาน Eric Zhong รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของสายผลิตภัณฑ์ Smart PV & ESS ของ Huawei Digital Power ได้เปิดเผยเทรนด์ความนิยมพร้อมทั้งรายงานสมุดปกขาวที่จัดทำและเผยแพร่ควบคู่กัน โดยนำเสนอทั้งมุมมองเชิงลึกและแนวทางเชิงปฏิบัติในการเร่งให้ระบบพลังงานหมุนเวียนจากโซลาร์เซลล์ (PV) พลังงานลม และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) ก้าวขึ้นเป็นแหล่งพลังงานหลักของระบบไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างมีคุณภาพสูง

Huawei released the Top 10 Trends of Smart PV & ESS
Zhong ระบุว่า อุตสาหกรรมกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงของการสร้างมูลค่าเชิงลึกมากยิ่งขึ้น โดยเปลี่ยนจากนวัตกรรมที่พัฒนาเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งของระบบไปสู่ความก้าวหน้าแบบบูรณาการ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญในด้านโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงานที่มี หัวเว่ยจึงได้เผยแพร่ 10 เทรนด์สำคัญดังต่อไปนี้
เทรนด์ที่ 1: การผสานพลังร่วมของ PV พลังงานลม และ ESS จะทำให้พลังงานหมุนเวียนกลายเป็นแหล่งพลังงานที่คาดการณ์ได้ ควบคุมได้ และมีเสถียรภาพ
โรงไฟฟ้าเชิงสาธารณูปโภคในอนาคตที่ผสานโซลาร์ + พลังงานลม + ESS จะต้องมีคุณลักษณะหลัก 5 ประการ ได้แก่ สองเสาหลัก (การผลิตไฟฟ้าและต้นทุนที่มีเสถียรภาพและสามารถควบคุมได้) และสามองค์ประกอบ (การดำเนินงานได้อย่างอิสระด้วยพลังงานหมุนเวียน 100%, ความร่วมมืออัจฉริยะตลอดทั้งห่วงโซ่ และความปลอดภัยและคุณภาพในระดับสูงตลอดวงจรชีวิตของระบบ)
เทรนด์ที่ 2: ระบบ ESS แบบ Grid-forming จะกลายเป็นกลไกสนับสนุนหลักในการรับประกันเสถียรภาพและสมดุลของโครงข่ายไฟฟ้า
ระบบ ESS แบบ Grid-forming กำลังแพร่หลายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบบนี้ทำหน้าที่ลดความผันผวนของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพิ่มเสถียรภาพของการจ่ายไฟฟ้า มีส่วนร่วมในตลาดพลังงาน และให้บริการเสริม เช่น การควบคุมความถี่และการตัดยอดความต้องการไฟฟ้า (peak shaving)
เทรนด์ที่ 3: การประสานพลังระหว่างการผลิตไฟฟ้า–โครงข่าย–โหลด–ระบบกักเก็บ จะขับเคลื่อนความเป็นอิสระระดับภูมิภาคและประสานงานการจ่ายพลังงานในระดับโลก
เทคโนโลยีการจัดจ่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำให้เกิดความร่วมมือเชิงลึกและการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างการผลิตไฟฟ้า โครงข่าย โหลด และ ESS
เทรนด์ที่ 4: ในสถานการณ์ PV + ESS สำหรับที่อยู่อาศัย การเปลี่ยนจาก AI-enabled สู่ AI-native เพื่อมอบประสบการณ์พลังงานที่เหมาะสมที่สุด
ในสถานการณ์ PV + ESS สำหรับที่อยู่อาศัย ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กำลังพัฒนาจากระดับ AI-enabled ไปสู่ AI-native โดย AI ถูกฝังอย่างเต็มรูปแบบในขั้นตอนการออกแบบ ประสบการณ์การใช้งาน และการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ก้าวข้ามกลยุทธ์พื้นฐานที่เน้นการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้เองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไปสู่กลยุทธ์เชิงรุกที่มุ่งเน้นประสบการณ์พลังงานที่เหมาะสมที่สุด
เทรนด์ที่ 5: ความถี่สูงและความหนาแน่นสูงจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ความหนาแน่นกำลังของอุปกรณ์ PV + ESS เพิ่มสูงขึ้น
ความหนาแน่นกำลังของอินเวอร์เตอร์ PV และ PCS (ระบบแปลงกำลังไฟฟ้า) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบ PV + ESS ได้อย่างมาก
เทรนด์ที่ 6: แรงดันไฟฟ้าสูงและความน่าเชื่อถือจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการลดต้นทุนพลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดอายุโครงการ (LCOE)
ความสามารถในการทนแรงดันไฟฟ้าที่ดีขึ้นของชิ้นส่วนหลักและวัสดุฉนวน กำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่สถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้าสูง ขณะเดียวกัน มาตรการด้านความปลอดภัยก็กำลังเปลี่ยนจากการตอบสนองเชิงรับไปสู่การป้องกันเชิงรุก
เทรนด์ที่ 7: แบตเตอรี่ ≠ ESS การจัดการแบตเตอรี่ในระดับระบบเป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำงานที่ปลอดภัยและเสถียร
เทคโนโลยีดิจิทัลถูกนำมาใช้ในการบริหารจัดการแบตเตอรี่อย่างแม่นยำและเชื่อถือได้ ตั้งแต่ระดับเซลล์จนถึงระดับระบบ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเพิ่มความสามารถในการคายประจุที่สูงขึ้น รวมทั้งความปลอดภัยที่สูงขึ้น อายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น และการดำเนินงานและบำรุงรักษาที่ง่ายขึ้นของ ESS ซึ่งได้กลายเป็นข้อกำหนดพื้นฐานของระบบ ESS คุณภาพสูง
เทรนด์ที่ 8: ระบบเทคโนโลยี Grid-forming ที่สมบูรณ์จะเร่งการก่อสร้างระบบพลังงานหมุนเวียน
ระบบ ESS แบบ Grid-forming กำลังพัฒนาจาก "ผู้ตามเชิงรับ" (passive follower) ไปสู่ "ผู้ออกแบบเชิงรุก" (active architect) ของโครงข่ายไฟฟ้า โดยเทคโนโลยี Grid-forming ก้าวข้ามบทบาทเชิงหน้าที่เดียว ไปสู่การประยุกต์ใช้งานเชิงระบบที่บูรณาการอย่างลึกซึ้ง
เทรนด์ที่ 9: AI Agents จะทำให้โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเป็นระบบอัตโนมัติ
AI agents จะถูกผสานเข้าไปในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนด้วยอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการทำงานร่วมกันของคลาวด์–เอดจ์–อุปกรณ์ (cloud-edge-device synergy) จะเป็นกลไกสำคัญในการทำให้โรงไฟฟ้าสามารถทำงานแบบอัตโนมัติได้
เทรนด์ที่ 10: การวัดความปลอดภัยเชิงปริมาณจะขับเคลื่อนการยกระดับขีดความสามารถด้านความปลอดภัยทั่วทั้งอุตสาหกรรมกักเก็บพลังงาน
ความปลอดภัยของระบบ ESS กำลังเปลี่ยนจากการตรวจสอบแบบอาศัยตัวอย่าง ไปสู่การประเมินระดับระบบอย่างครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตทั้งหมด ด้วยการกำหนดตัวชี้วัดด้านความปลอดภัยที่สามารถวัดได้ และการยกระดับขีดความสามารถอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่กำหนดไว้ อุตสาหกรรมนี้จึงสามารถแก้ไขปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนานได้ในที่สุด


ภาษาไทย
English
