ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - Basecamp Research เปิดตัวโมเดล AI แทรกยีนแบบตั้งโปรแกรมได้เป็นครั้งแรกของโลก
- ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้มุ่งปลดล็อกความท้าทายที่มีมายาวนานในวงการเวชพันธุศาสตร์ เพื่อปูทางไปสู่การพัฒนาเซลล์บำบัดและยีนบำบัดแบบใหม่ที่มุ่งรักษาโรคให้หายขาด
- โมเดลดังกล่าวพัฒนาขึ้นด้วยความร่วมมือกับ NVIDIA โดยเป็นการฝึกฝนโมเดล AI เชิงวิวัฒนาการที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ด้วยชุดข้อมูลใหม่ที่รวบรวมจากทั่วโลก พร้อมขับเคลื่อนประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี NVIDIA BioNeMo
- โมเดลอเนกประสงค์นี้ยังประสบความสำเร็จในการออกแบบโมเลกุลเปปไทด์ต้านจุลชีพชนิดใหม่ โดยมีผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการยืนยันความสำเร็จสูงถึง 97% ซึ่งรวมถึงโมเลกุลที่ดูมีประสิทธิภาพสูงในการต่อต้าน "ซูเปอร์บั๊ก" ดื้อยาหลายขนาน
- Basecamp Research ยังได้ประกาศรับ NVentures เข้าเป็นผู้ร่วมลงทุนรายล่าสุดก่อนการระดมทุนรอบ Series C หลังบรรลุความร่วมมือทางเทคนิคอย่างลึกซึ้งในการพัฒนาโมเดล EDEN
ลอนดอน และเคมบริดจ์, แมสซาชูเซตส์, 12 ม.ค. 2569 /PRNewswire/ -- Basecamp Research ห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำผู้เชี่ยวชาญในการนำวิวัฒนาการมาใช้ออกแบบยารักษาโรคใหม่ ๆ ประกาศเปิดตัวโมเดล AI ตัวแรกที่สามารถแทรกยีนแบบตั้งโปรแกรมได้ ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ในการเข้าทดแทนยีนที่ผิดปกติและปรับโปรแกรมเซลล์เพื่อใช้ในการรักษาโรค โมเดลเหล่านี้ได้รับการพัฒนาภายใต้ความร่วมมือกับ NVIDIA เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการรักษาโรคมะเร็งและโรคทางพันธุกรรม นอกจากนี้ Basecamp Research ยังได้รับเงินลงทุนจาก NVentures (หน่วยงานร่วมลงทุนของ NVIDIA) ในการระดมทุนรอบ Pre-Series C หลังจากที่ได้บรรลุความร่วมมือทางเทคนิคอย่างใกล้ชิดมาหลายปี ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้บริษัทฯ เร่งยกระดับการวิจัยและพัฒนาให้รุดหน้ายิ่งขึ้น
"เราเชื่อว่าเรากำลังอยู่ในจุดเริ่มต้นของการขยายขีดความสามารถในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งและโรคทางพันธุกรรม" คุณ John Finn ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ Basecamp Research กล่าว "เราหวังว่าการใช้ AI เพื่อออกแบบเอนไซม์บำบัด จะช่วยเร่งพัฒนาวิธีการรักษาโรคที่เดิมไม่สามารถรักษาได้กว่าหลายพันชนิด ซึ่งอาจเข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนได้หลายล้านคน"
การแทรกยีนแบบตั้งโปรแกรมได้
การแทรกยีนแบบตั้งโปรแกรมได้ หรือการจัดวางลำดับ DNA ขนาดใหญ่เพื่อการรักษาลงในตำแหน่งที่แม่นยำภายในจีโนมของมนุษย์ ถือเป็นเป้าหมายหลักในวงการเวชพันธุศาสตร์มานานหลายทศวรรษ เพราะเทคโนโลยี CRISPR ในปัจจุบัน สามารถทำการแก้ไขได้เพียงจุดเล็ก ๆ และมักก่อให้เกิดความเสียหายต่อ DNA ในระหว่างกระบวนการ ซึ่งข้อจำกัดเหล่านี้ส่งผลต่อประสิทธิภาพและขอบเขตในการนำไปใช้งาน Basecamp Research จึงถือเป็นรายแรกที่พิสูจน์ให้เห็นว่า AI สามารถออกแบบเอนไซม์ที่มีความสามารถในการแทรกยีนขนาดใหญ่ลงในตำแหน่งที่กำหนดไว้ในจีโนมของมนุษย์ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นการบุกเบิกแนวทางการรักษาแบบตั้งโปรแกรมได้ที่วงการแพทย์เฝ้าคอยมาอย่างยาวนาน
แพลตฟอร์มแทรกยีนแบบตั้งโปรแกรมด้วย AI หรือ aiPGI™ ของ Basecamp Research นั้นขับเคลื่อนโดย EDEN เป็นกลุ่มโมเดล AI เชิงวิวัฒนาการตระกูลใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ NVIDIA โมเดลนี้ได้รับการฝึกฝนด้วย BaseData™ ซึ่งเป็นชุดข้อมูลจีโนมิกส์อันเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ และมีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน โมเดลดังกล่าวสามารถเรียนรู้ภาษาของ DNA และรูปแบบทางวิวัฒนาการ ทำให้อัลกอริทึมสามารถออกแบบนวัตกรรมการรักษาใหม่แบบตั้งโปรแกรมได้สำหรับโรคมะเร็งและโรคทางพันธุกรรม
ผลการทดลองในห้องปฏิบัติการที่เผยแพร่วันนี้ในเอกสารวิชาการซึ่งจัดทำร่วมกับ NVIDIA, Microsoft และนักวิชาการชั้นนำ [ลิงก์] พบว่าโมเดล EDEN สามารถออกแบบโปรตีนสำหรับการแทรกยีนในตำแหน่งเป้าหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคในจีโนมมนุษย์ได้ 100% โดยใช้เพียงตำแหน่งเป้าหมายในจีโนมเป็นคำสั่ง ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญของขีดความสามารถในโมเดล AI
นอกจากนี้ Basecamp Research ยังประสบความสำเร็จในการแทรกยีนในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับโรคมากกว่า 10,000 แห่งในจีโนมของมนุษย์ รวมถึงการผสาน DNA ต้านมะเร็งเข้ากับทีเซลล์ของมนุษย์ในตำแหน่งที่ปลอดภัย ซึ่งส่งผลให้เซลล์ CAR-T ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพในการทำลายเซลล์มะเร็งอย่างรุนแรง โดยสามารถกำจัดเซลล์เนื้องอกได้มากกว่า 90% จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ
การออกแบบโมเลกุลด้วย AI เพื่อพิชิต "ซูเปอร์บั๊ก"
อีกหนึ่งภารกิจสำคัญในการออกแบบนวัตกรรมการรักษาเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ดื้อยาทั่วโลก โมเดลชุดเดียวกันนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความอเนกประสงค์ ด้วยการออกแบบกลุ่มโมเลกุลเปปไทด์ต้านจุลชีพ (AMP) ชนิดใหม่ ซึ่งเป็นโปรตีนขนาดเล็กที่มีศักยภาพในการทำลายแบคทีเรียอันตราย โดยผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่า 97% ของโมเลกุลที่ออกแบบขึ้นมานั้นมีประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ ซึ่งความร่วมมือกับทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย University of Pennsylvania นำโดยศาสตราจารย์ César de la Fuente พบว่าเปปไทด์ AMP ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสามารถต่อต้านเชื้อก่อโรคดื้อยาหลายชนิดที่จัดอยู่ในกลุ่มอันตรายระดับวิกฤตได้อย่างดีเยี่ยม ถือเป็นเครื่องมือใหม่อันทรงพลังในการต่อสู้กับ "ซูเปอร์บั๊ก" หรือเชื้อดื้อยาขั้นรุนแรงที่คุกคามโลกอยู่ในขณะนี้
นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยชุดข้อมูลระดับเอกสิทธิ์และโมเดล AI ขั้นสูง
โมเดล EDEN ซึ่งเป็นขุมพลังสำคัญของแพลตฟอร์ม aiPGI™ ได้รับการฝึกฝนด้วยข้อมูล DNA เชิงวิวัฒนาการมากกว่า 10 ล้านล้านโทเคน จากสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ที่ค้นพบใหม่กว่า 1 ล้านชนิด ข้อมูลเหล่านี้ถูกรวบรวมอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 5 ปี จากพื้นที่กว่า 150 แห่งใน 28 ประเทศ ครอบคลุม 5 ทวีปทั่วโลก โดยอาศัยกลยุทธ์การจัดเก็บข้อมูลรูปแบบใหม่ที่บริษัทฯ เป็นผู้บุกเบิก ซึ่งได้มีการเผยแพร่รายละเอียดไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2568
สำหรับโมเดล EDEN ขนาดใหญ่ที่สุดนั้น ได้รับการฝึกฝนด้วยขุมพลังประมวลผลมหาศาลถึง 1.95x1024 FLOPS บนระบบคลัสเตอร์ที่ใช้ NVIDIA Hopper GPU จำนวนถึง 1,008 ตัว พร้อมเสริมประสิทธิภาพด้วยชุดเครื่องมือ NVIDIA BioNeMo ส่งผลให้โมเดลนี้มีขนาดเทียบชั้นได้กับโมเดลระดับ GPT-4 และถือเป็นหนึ่งในโมเดลทางชีววิทยาที่ใช้ทรัพยากรการประมวลผลสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการรักษา
ขีดความสามารถเหล่านี้ถือเป็นรากฐานสำคัญในแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์เซลล์บำบัดและยีนบำบัดของ Basecamp Research ซึ่งกำลังปูทางไปสู่การรักษาที่มีความแม่นยำ คาดการณ์ผลลัพธ์ได้ และตอบโจทย์การรักษาแบบเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งกว่าวิธีการในปัจจุบัน บริษัทฯ มีเป้าหมายในการพัฒนาแนวทางการรักษาที่มุ่งรักษาโรคให้หายขาด ครอบคลุมทั้งโรคมะเร็งและกลุ่มโรคทางพันธุกรรม ด้วยการยกระดับประสิทธิภาพของ BaseData™, โมเดล EDEN และแพลตฟอร์ม aiPGI™ อย่างต่อเนื่อง
เกี่ยวกับ Basecamp Research
Basecamp Research มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาท้าทายสำคัญในวงการชีววิทยาศาสตร์ ด้วยการสำรวจสิ่งที่เหนือกว่าขีดจำกัดทางชีววิทยาเดิมภายใต้แนวคิด Beyond Known Biology™ บริษัทฯ ได้พัฒนาโมเดล AI ระดับแนวหน้าขึ้นมาโดยใช้ BaseData ซึ่งเป็นชุดข้อมูลทางชีวภาพที่รวบรวมอย่างถูกต้องตามหลักจริยธรรมและมีความหลากหลายครอบคลุมทั่วโลกที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย Basecamp Research ดำเนินการจัดเก็บและคัดกรองข้อมูลทางชีวภาพด้วยตนเองผ่านความร่วมมือกับองค์กรกว่า 152 แห่งใน 28 ประเทศ ส่งผลให้ AI สามารถเข้าถึงความหลากหลายทางพันธุกรรมที่เหนือกว่าโมเดลทั่วไปที่ฝึกฝนจากฐานข้อมูลสาธารณะ ซึ่งช่วยให้ Basecamp Research ออกแบบลำดับโปรตีนและระบบทางชีวภาพรูปแบบใหม่ เพื่อเร่งกระบวนการวิจัยและพัฒนาเพื่อการรักษาโรคให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
Basecamp Research ร่วมมือกับบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์และสถาบันวิชาการชั้นนำทั่วโลก ผลงานของบริษัทฯ ได้รับการยอมรับด้วยรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย อาทิ ติดท็อป 10 บริษัทนวัตกรรมสูงสุดในด้านเทคโนโลยีชีวภาพจาก Fast Company และการจัดอันดับ Sifted AI100 (สนับสนุนโดย FT) ซึ่งรวมสตาร์ตอัป AI ชั้นนำของยุโรป ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ basecamp-research.com
BaseData™, Beyond Known Biology™, EDEN-GLM™ และ aiPGI™ เป็นชื่อแบรนด์และเทคโนโลยีภายใต้ลิขสิทธิ์ของ Basecamp Research


ภาษาไทย
English
